ที่แท้เครื่องวัดชำรุด! คพ.พบต้นเหตุค่า PM 2.5 เชียงดาว สูงเกินจริง

ที่แท้เครื่องวัดชำรุด! คพ.พบต้นเหตุค่า PM 2.5 เชียงดาว สูงเกินจริง

ที่แท้เครื่องวัดชำรุด! คพ.พบต้นเหตุค่า PM 2.5 เชียงดาว สูงเกินจริง

รูปข่าว : ที่แท้เครื่องวัดชำรุด! คพ.พบต้นเหตุค่า PM 2.5 เชียงดาว สูงเกินจริง

กรมควบคุมมลพิษ ได้คำตอบค่าฝุ่น PM 2.5 "เชียงดาว" จ.เชียงใหม่ สูงลิ่วเกินจริง พบอุปกรณ์ตรวจวัดแบบ sensor ชำรุดขาดการดูแลนาน 5 ปีแต่ยังออนไลน์ IQAir จนสร้างความแตกตื่น ลองวัดค่าเทียบของคพ.วัดได้ 9.4 มคก.ต่อลบ.ม. ส่วนเครื่องสูง 1,358 มคก.ต่อ ลบ.ม.ให้เลิกใช้

กรณีมีการนำเสนอข้อมูลของ IQAir จัดอันดับคุณภาพอากาศของเมืองไทย แบบเรียลไทม์ โดยพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดของประเทศ และอยู่ในระดับสีแดง เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

วันนี้ (23 ต.ค.2564) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า หลังจากพบว่าค่าฝุ่น PM 2.5 สูงผิดปกติทั้งที่ปัจจัยที่จะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นละออง ยังไม่มีและสอดคล้องกับข้อมูลการตรวจวัดจากสถานีของ คพ.ค่าฝุ่นในภาคเหนือในวันที่ 21 ต.ค.ยังไม่เกินมาตรฐาน รวมทั้งการตรวจเช็กข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi ในพื้นที่ภาคเหนือไม่พบการเกิดจุด ความร้อนเช่นกัน 

เครื่องชำรุดต้นเหตุรายงานค่าPM2.5 ค่าสูงลิ่วเกินจริง

นายอรรถพล กล่าวว่า จากการส่งทึม EPU สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ จุดตรวจวัดดังกล่าวแล้ว และได้พบเจ้าของอุปกรณ์ตรวจวัด PM2.5 แบบ sensor ที่รายงานค่าใน IQAir ข้างต้น ซึ่งเป็นของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นำมาติดตั้งไว้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

ทำให้พบข้อเท็จจริงว่า เครื่องมือดังกล่าวชำรุด และไม่มีการดูแลบำรุงรักษามาเป็นเวลามากกว่า 5 ปี แต่ยังคงมีการส่งข้อมูลเชื่อมโยงแบบออนไลน์กับ IQAir และรายงานข้อมูลต่อเนื่องมาโดยตลอด

ขณะตรวจสอบคพ.ตรวจวัดค่า PM2.5 ด้วยเครื่องตรวจวัดฝุ่นแบบอัตโนมัติตามวิธีมาตรฐาน วัดค่าได้ 9.4  มคก.ต่อลบ.ม.ส่วนเครื่องวัดดังกล่าววัดค่าได้ 1,358 มคก.ต่อลบ.ม. ซึ่งได้ให้ข้อแนะนำและเจ้าของเครื่องปิดการใช้งานแล้ว

อ่านข่าวเพิ่ม คพ.ยืนยันคุณภาพอากาศ "อ.เชียงดาว" อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ชี้เครื่องตรวจวัดแบบพกพาพัง-ผลอากาศคลาดเคลื่อน

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ยังยืนยันว่าหลักสำคัญของการรายงานค่าคุณภาพอากาศเชิงตัวเลข คือ ความถูกต้องของผลการตรวจวัด ซึ่งการใช้เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยเฉพาะเครื่องตรวจวัดแบบเซ็นเซอร์หรือแบบพกพา จะต้องมีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามเกณฑ์หรือข้อแนะนำของผู้ผลิต เช่น การทำความสะอาดส่วนต่างๆของเครื่อง รวมถึงควรติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นตัวแทนคุณภาพอากาศ

หากสภาพเครื่องมือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อแนะนำ ควรหยุดการรายงานค่าทันที เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และป้องกันความคลาดเคลื่อนของการประเมินสถานการณ์ฝุ่นในภาพรวม

เข้าสู่ฤดูฝุ่นกลางพ.ย.นี้-จ่อรับมือคุมรถควันดำ

เมื่อถามว่าปีนี้ประเมินสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นจากการหารือกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา ตอนนี้ยังไม่ฟันธงว่าฝุ่นละอองในกทม.และภาคเหนือจะรุนแรงหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังต้องประเมินจากสภาพกาศที่เริ่มพบมีความผันผวน แต่คาดการณ์ว่าจะเข้าสู่ฤดูฝุ่นตั้งแต่กลางเดือน ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.นี้

เบื้องต้นข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทย เริ่มพบว่ามีความกดอากาศสูงหรือมวลเย็นจากจีนเริ่มลงมาเป็นระยะๆซึ่งถ้าลมหนาวมามาถึงกทม.สภาพอากาศปิดก็อาจจะเผชิญปัญหาฝุ่นได้ ซึ่งปีนี้จะเริ่มคิกออฟคุมเข้มรถยนต์ควันดำ ซึ่งมีการปรับแก้มาตรฐานต้องไม่เกิน 30% โดยจะเริ่มจับมือค่ายรถยนต์เปิดแคมเปญเช็กสภาพรถ เพื่อป้องกันการปล่อยควันดำและมลพิษ

ไทยกดดันอาเซียนลดหมอกควันข้ามแดน 

นายปั่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัด ทส.ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนายเถสิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีคพ. เข้าร่วมประชุมประเทศภาคีต่อช้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 16 (COP-16) เพื่อรับรองผลการประชุมคณะกรรมการภายใต้รัฐมนตรีประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 16

ศูนย์เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาแห่งอาเซียน คาดการณ์ในอนุภูมิภาคแม่โขงว่าช่วงปลายปีนี้ จะเริ่มแห้งแล้ง จึงจะส่งผลต่อจำนวนจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นในอนุภูมิภาคแม่โขงได้

ดังนั้นไทยจึงได้ขอความร่วมมือประเทศในอนภูมิภาคแม่โขง กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติรับพิจารณาข้อเสนอของไทยที่ให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันตั้งเป้าหมายในการลดจุดความร้อนในภูมิภาคลง 20% ในปี 65 เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน รวมถึงให้ประเทศในอาเซียนพิจารณาตั้งเป้าหมายการลดจำนวนจุดความร้อน 20% ใน Roadmap ฉบับใหม่

 

กลับขึ้นด้านบน