รัฐบาลเตรียมเคาะเกณฑ์บัตรสวัสดิการเเห่งรัฐรอบใหม่

รัฐบาลเตรียมเคาะเกณฑ์บัตรสวัสดิการเเห่งรัฐรอบใหม่

รัฐบาลเตรียมเคาะเกณฑ์บัตรสวัสดิการเเห่งรัฐรอบใหม่

รูปข่าว : รัฐบาลเตรียมเคาะเกณฑ์บัตรสวัสดิการเเห่งรัฐรอบใหม่

ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการเเห่งรัฐกว่า 13.6 ล้านคน ที่ถือบัตรสัวัสดิการเเละรับสิทธิ์อยู่อาจจะไม่ได้รับสิทธิ์ในครั้งต่อไป เพราะรัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการให้สวัสดิการกับผู้มีรายได้น้อย

วันนี้ (23 พ.ย.2564) มีรายงานว่ากลางสัปดาห์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนัดหารือร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และสภาพัฒน์ พร้อมสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเพื่อพิจารณามาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยในช่วงต้นปี 2565 เป็นต้นไป โดยการใช้จ่ายครั้งนี้จะเป็นแรงส่งให้กับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ซึ่งจะพิจารณารายละเอียดเรื่องงบประมาณเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาในสัปดาห์ถัดไป

สำหรับการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนรอบใหม่คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 15 ล้านคนซึ่งเป็นการเปิดลงทะเบียนรับทั้งคนใหม่และให้คนเก่าลงทะเบียนเพื่อทบทวนสิทธิ์จากปัจจุบันที่มีผู้ถือบัตรสวัสดิการอยู่ประมาณ 13.6 ล้านคน

การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นปีนี้ โดยวางแผนตั้งจุดรับลงทะเบียนเนื่องจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอาจไม่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟนและเพื่อคัดกรองบุคคลที่สมควรได้รับสวัสดิการจากรัฐเพิ่มเติมอย่างแท้จริงซึ่งผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการเดิมจะต้องมาลงทะเบียนใหม่ในครั้งนี้ด้วย

เตรียมจ้าง นศ.รับลงทะเทียนกลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เตรียมจ้างนักศึกษาจบใหม่ประมาณ 10,000 คน เพื่อประจำจุดลงทะเบียน ทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือผู้มาลงทะเบียน รวมทั้งการคีย์ข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย

สำนักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์ก่อนเสนอให้พิจารณา เพื่อเปิดลงทะเบียนใหม่อีกครั้งโดยรัฐบาลมีความตั้งใจอยากให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนซึ่งครั้งนี้ใครที่ได้รับสิทธิ์ก็จะใช้บัตรประชาชนไปรูดซื้อสินค้า

รอบนี้มีหลักเกณฑ์การพิจารณาใหม่สำคัญ คือ นำรายได้ของครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาท มาคำนวณเพื่อคัดกรองจากเดิมพิจารณารายได้ตัวบุคคลไม่มีโทรศัพท์มือถือก็ลงทะเบียนได้ที่จุดรับลงทะเบียน เเละผู้ถือบัตรสวัสดิการเก่าต้องลงทะเบียนใหม่คาดการณ์กันว่ารอบนี้จะมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์กว่า 15 ล้านคน



 

กลับขึ้นด้านบน