จับตาศาลฎีกานัดพิพากษา "คดีเสือดำ" 8 ธ.ค.นี้

จับตาศาลฎีกานัดพิพากษา "คดีเสือดำ" 8 ธ.ค.นี้

จับตาศาลฎีกานัดพิพากษา "คดีเสือดำ" 8 ธ.ค.นี้

รูปข่าว : จับตาศาลฎีกานัดพิพากษา "คดีเสือดำ" 8 ธ.ค.นี้

นับถอยหลังอีก 15 วันศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา "คดีเสือดำ" ของนายเปรมชัย กรรณสูต และพวกเข้าล่าเสือดำและสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี วันที่ 8 ธ.ค.นี้เวลา 09.00 น.หลังต่อสู้นาน 3 ปี

หลังจากผ่านมาเกือบ 3 ปีคดีล่าเสือดำ และสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ถูกจับในข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ. 2561

วันนี้ (24 พ.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดความเคลื่อนไหวในกลุ่มองค์กรนักอนุรักษ์ขึ้น ผู้ใช้เฟซ บุ๊ก Ornyupa Sangkamarn โพสต์ข้อความว่า

อีก 15 วันศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีเสือดำ ทำให้เกิดกระแสอีกครั้ง

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์แหล่งข่าวจากองค์กรอนุรักษ์ ระบุว่า ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ทั้งนี้ถือเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคมมาก เพราะต่อสู้กันมายาวถึง 3 ปีเต็ม

ถ้าดูจากคำตัดสินของ 2 ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ เชื่อว่าคดีนี้ต้องมีคำตอบที่สังคมรอคอยในทางบวก

อ่านข่าวเพิ่ม รออีก 30 วันจ่อ "ยื่นฎีกา" สู้คดีเสือดำ

ย้อนรอยคดีเสือดำ สะเทือนป่าทุ่งใหญ่

4-6 ก.พ.2561

นายวิเชียร ชิณวงษ์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ท้องที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมยึดของกลางประกอบด้วยซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ.2561

19 มี.ค.62

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ 1 นายเปรมชัย จำคุก 16 เดือน ไม่รอลงอาญา จากข้อหาดังนี้ 1.ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษา จำคุก 6 เดือน 2. ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ 3. ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ (กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด) จำคุก 8 เดือน 4. ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5. ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด) จำคุก 2 เดือน

จำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ ถูกลงโทษจำคุก 13 เดือน จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน จำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอรอลงอาญา มีกำหนด 2 ปี จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ รวมโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน และให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ก.พ.2561จนกว่าจะชำระเสร็จ แก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายเปรมชัย และนายยงค์  ยื่นหลักทรัพย์คนละ 400,000 บาท นายธานี ทุมมาศ ยื่นหลักทรัพย์ 500,000 บาท เพื่อประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

12 ธ.ค.62

ศาลจังหวัดทองผาภูมิอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยพิพากษายืนความผิดของจำเลยตามศาลชั้นต้น เพิ่มโทษนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 เป็นจำคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์  เพิ่มโทษเป็นจำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เพิ่มโทษเป็นจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี

ส่วนนายธานี เพิ่มโทษเป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน พร้อมทั้งให้จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวม 2 ล้านบาทตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้เพิ่มหลักทรัพย์ประกันกันตัวจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อีกคนละ 200,000 บาท

1 เม.ย.63

นายเปรมชัย  จำเลยที่ 1 นายยงค์ จำเลยที่ 2 และนายธานี จำเลยที่ 4 ได้ยื่นคำร้องขอฎีกาโดยผู้พิพากษาได้รับรองอนุญาตให้จำเลยที่ 1, 2 และ 4 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนนางนที  แม่ครัว จำเลยที่ 3 คดียุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เนื่องจากอัยการโจทก์ และจำเลยไม่ติดใจยื่นฎีกา คดีจึงถือว่าสิ้นสุด

ภาพ:มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ภาพ:มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

เปรมชัยและพวก ยื่นฎีกาต่อสู้คดี

ขณะที่เว็บไซต์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สรุปความคืบหน้า คดีล่าเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และคดีที่เกี่ยวข้องครึ่งปีแรก 2563 ดังนี้ 

16 เม.ย.63 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้สอบถามความคืบหน้าการยื่นฎีกาของจำเลยที่ 1 , 2 และ 4 ยังศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้ความว่า นายเปรมชัย และพวก ได้ทำการยื่นฎีกา เพื่อต่อสู้คดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ : ตามหลักกฎหมาย หากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้โทษ แต่จำคุกไม่เกิน 5 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

แต่หากผู้พิพากษาคนใด ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด (ฎีกา) และอนุญาตให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้วสามารถให้รับฎีกาไว้พิจารณาต่อไปได้

ส่วคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญาเปรมชัย กรรณสูต คดีเสนอสินบนเจ้าหน้าที่ ยื่น 500,000 บาทประกันตัวสู้คดีชั้นฎีกา เช่นเดียวกับคดีครอบครองปืนที่ค้นพบในบ้านพัก 

ศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากจำเลย ยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดี ในศาลจังหวัดทองผาภูมิ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พฤติการณ์ จึงไม่รอการลงโทษ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน! ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษ "เปรมชัย" จำคุก 2 ปี 14 เดือน

"เปรมชัย" ขอขยายยื่นฎีกาคดีล่าเสือดำเป็น 10 เม.ย.

ศาลอุทธรณ์ เพิ่มโทษจำคุก 4 จำเลย คดีเสือดำ

 

กลับขึ้นด้านบน