กระแส “Sexy Marketing” วูบแรกปัง แต่ไม่ยั่งยืน

กระแส “Sexy Marketing” วูบแรกปัง แต่ไม่ยั่งยืน

กระแส “Sexy Marketing” วูบแรกปัง แต่ไม่ยั่งยืน

รูปข่าว : กระแส “Sexy Marketing” วูบแรกปัง แต่ไม่ยั่งยืน

นักการตลาด มองกระแสแม่ค้าแห่แต่งเซ็กซี่ขายของ ชี้สร้างการรับรู้ระยะสั้น หวังชิงพื้นที่ทางการตลาด แต่ระยะยาวไม่ยั่งยืน จับตาต่อยอดเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์-เน็ตไอดอล

จากปรากฎการณ์แม่ค้า ขายขนมโตเกียว ที่ จ.เชียงใหม่ แต่งชุดเซ็กซี่ สามารถสร้างความสนใจและดึงดูดลูกค้าให้มาอุดหนุนและถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก และกลายเป็นกระแสให้มีแม่ค้าในอีกหลายพื้นที่ใช้กลยุทธ์เซ็กซี่มาช่วยสร้างความสนใจในการขายของกันอีกเป็นนับสิบราย

“Sexy ” สร้างการรับรู้ สู้สึกคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง

ผศ.ศิริรัตน์ โกศการิกา อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ม.เกษตรศาสตร์ มองว่า วิธีการใช้กลยุทธ์ เซ็กซี่มาร์เก็ตติ้ง สามารถสร้างการรับรู้ (Awareness) ได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากในยุคนี้ เป็นยุคแห่งคอนเทนต์มีเนื้อหาหลากหลาย จึงมีความพยายามว่าจะทำอย่างไรก็ได้ให้เรื่องราวของเขามาอยู่ในความสนใจของคน

เปรียบเทียบกับยุคก่อนที่จะใช้วิธีการโฆษณาและสร้างจุดแตกต่าง แต่เมื่อมาในยุคที่คนสร้างคอนเทนต์เองได้ สร้างสื่อเองได้นั้น จะทำอย่างไร ในเรื่องราวน่าสนใจ ดังนั้นเมื่อพูดถึงหญิงสาวที่จะทำให้บรรดาชายหนุ่มสนใจ ก็จะใช้จุดนี้ในการสร้างการรับรู้ สร้างความรู้จัก ให้โดดเด่นในออนไลน์

ผู้ประกอบการตอนนี้ รู้สึกว่าตัวเองลำบาก อะไรก็ตามที่ทำแล้วได้เงิน ทำแล้วมีรายได้เข้ามา ก็พร้อมจะทำ แต่ในโลกโซเชียลก็เท่ากับเป็นดาบ 2 คม เพราะหากทำไปแล้วเราใม่ใช่คนแบบนั้น ก็จะไม่สามารถทำแบบนั้นไปได้ตลอด วันหนึ่งก็อาจจะหายไป

ผศ.ศิริรัตน์ ยังกล่าวว่า การใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดเช่นนี้ ยังยึดโยงกับสังคมไทยที่เป็นสังคมพุทธ ซึ่งจะมีเส้นแบ่งอยู่ว่าจะสร้างการยอมรับได้ในระดับใด ดังนั้นในอดีตจะเห็น ดารา พริตตี้แต่งชุดเซ็กซี่มาสร้างการดึงดูดในงานต่าง ๆ เช่น งานขายรถยนต์ แต่ก็จะแต่งตัวเซ็กซี่ในระดับหนึ่งเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อการที่แม่ค้าขายขนมพยายามที่สร้างคอนเทนต์ในทำนองเดียวกันนี้ ด้วยการดึงในมุมเซ็กซี่มาโชว์ แต่ก็ได้แค่การสร้างการรับรู้ สุดท้ายแล้ว แบรนด์จะเติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่ หรือ จะตัดสินใจซื้อในระยะยาวหรือไม่อยู่ที่ความอร่อย ความสะอาด และมาตรฐาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการสร้างแบรนด์สินค้า ซึ่งคือ การให้คำมั่นสัญญากับลูกค้าว่า เมื่อรับประทานจะมีรสชาติ ความสะอาด และมาตรฐานแบบนี้ต่อไปในระยะยาวก็ต้องรักษาคำมั่นสัญญานั้นเอาไว้ให้ได้

อาจมองว่า เป็นเซ็กซี่มาร์เก็ตติ้ง แต่จริง ๆ แล้วคือ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ที่ครอบไว้ ยุคนี้นักการตลาดให้ความสำคัญอย่างมาก เช่นให้คลิกมาดู จดจำ หรือ ซื้อสินค้านั้นให้ได้ ซึ่งมีคอนเทนต์ ดรามา สนุกสนาน หรือ เซ็กซี่

รวมถึงการที่ผู้ประกอบการรายย่อยมีกระสุนที่จะยิงไปยังเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้ารับรู้ได้ไม่เยอะ ต่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่กระสุนเยอะ แต่ต้นทุนทางสังคมเยอะซึ่งเมื่อมีดรามาก็อาจจะไม่คุ้ม แต่รายเล็กอาจมีผลกระทบด้านลบไม่เท่าคือ อาจมีคนรู้จักน้อยเมื่อทำการตลาดออกไป แต่หากมีคนรู้จักยอดขายก็เพิ่ม หรือจะมีชื่อเสียงมากขึ้นชื่อเสียงก็นำไปใช้ต่อยอดได้

จับตาต่อยอดอินฟลูเอ็นเซอร์

ผศ.ศิริรัตน์ ยังมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสร้างแบรนด์ ซึ่งก็คือ การทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำให้ได้มากที่สุด การสร้างการรับรู้ในการซื้อครั้งแรกไม่ใช่เรื่องยาก แต่กรณีนี้ อาจเป็นการสร้างชื่อเสียง เพื่อนำไปต่อยอดในการเป็นการอินฟลูเอ็นเซอร์ หรือ เน็ตไอดอล ต่อยอดในแนวทางอื่นๆ โดยเฉพาะกรณีการเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ที่จะมีค่าตัวในการรีวิวสินค้า ก็จะสามารถเกิดอาชีพใหม่ของเขาได้

เขาขายของนี้จริงหรือเปล่า หรือ สิ่งของเหล่านี้เป็นเพียงคอนเทนต์ ซึ่งมันมีหลากหลายมากเลยในโซเชียลมีเดีย

ดังนั้น ต้องย้อนกลับไปดูว่า วัตถุประสงค์คือ ต้องการขายขนมหรือสร้างการรับรู้ให้ตัวเขาเพื่อสร้างการก้าวไปสู่การเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อไป ซึ่งต้องไปดูว่า ก่อนหน้านี้แม่ค้าเหล่านี้แต่งตัวเช่นนี้อยู่หรือไม่ ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงมักจะพบว่า เมื่อมีเรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้นก็จะเป็นที่รู้จักและกลายเป็นการเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์หรือเป็นคนดัง และจะเป็นอีกอาชีพของเขาเหล่านั้นได้

 

 

ขณะนี้ต้องถามว่า สินค้า หรือ คนที่ดังกว่ากัน ขณะนี้มีแต่คนพูดถึงแม่ค้าจะมีสักกี่คนที่พูดถึงรสชาติของอาหารที่ขาย ซึ่งหากจะทำเพื่อขายขนม อันนี้อาจจะไม่ถูกทาง 100 % เพราะคนไม่ได้พูดถึง และคาดหวังให้แม่ค้าแต่ตัวเซ็กซี่ขึ้น และวันใดที่น้องไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่แล้วจะขายขนมได้หรือไม่

โดดเด่นได้แต่ต้องเหมาะสม

วิธีการนำเสนอรูปแบบใดไม่ผิด เพราะเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ สนับสนุนให้มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ต้องอยู่ภายใต้สิ่งที่สังคมยอมรับได้ มีศีลธรรมอันดี ซึ่งต้องดูว่าสังคมส่วนมากรับได้แค่ไหน แล้วควรจะทำได้แค่ไหน

น.ส.ศิริรัตน์ กล่าวว่า การทำคอนเทนต์ด้านการตลาด หรือ การสร้างการรับรู้นั้น วิธีการโดยทั่วไป คือ การสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อผู้รับสาร เช่น การขายขนมให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น ต้องมีรสชาติอร่อย หรือ สร้างความน่าสนใจของขนมเช่น ถ่ายภาพแล้วดูดีอย่างไร ซึ่งก็พบว่า ในโซเชียลมีเดียมีผู้ที่ทำขนมหน้าตาน่าสนใจก็มีผู้ที่แชร์ออกไปเยอะเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ในการทำคอนเทนต์ประเภทนี้ จะต้องคำนึงถึงบรรทัดฐานของสังคมด้วย ซึ่งสามารถโดดเด่น ได้แต่สังคมต้องยอมรับได้ โดยจะเลือกทำคอนเทนต์ประเภท เซ็กซี่ ดราม่า ตลก สิ่งแรกคือควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และมีขอบเขตที่ได้รับการยอมรับของสังคม

เน้นการตลาดแบบยั่งยืน

ผศ.ศิริรัตน์ กล่าวว่า กระบวนการทำการตลาดจะต้องรู้ว่า กลุ่มลูกค้าคือใคร ขายสินค้าอะไร จากนั้นสร้างผลิตภัณฑ์ กำหนดราคา และช่องทางจัดจำหน่ายให้เหมาะสมกับลูกค้า และสื่อสารให้กลุ่มลูกค้ารู้จัก จากนั้นคือการสร้างแบรนด์ คือ ให้รู้จักแบรนด์ให้ทดลอง ไว้เนื้อเชื่อใจ เช่น ขนมก็ต้องสะอาด อร่อย โดดเด่นในเรื่องบางเรื่องและกลับมาซื้อซ้ำ ดังนั้น การสร้างการรับรู้นั้นแม้ว่าจะมีความต่อกลุ่มลูกค้าแต่จะยั่งยืนหรือไม่ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าและการให้คำสัญญาและทำได้ตามคำสัญญานั้นๆ

ตอนนี้เขาเปิดตัวด้วยความเซ็กซี่ เหมือนการให้สัญญาว่า ถ้ามาร้านนี้จะพบกับความเซ็กซี่ของแม่ค้า แต่ถ้ามาแล้วไม่เห็น ก็อาจจะไม่ซื้อแล้วก็ได้

จุดแข็งของเซ็กซี่มาร์เก็ตติ้งคือ ได้รับการรับรู้ ได้ความสนใจ ได้เป็นไวรัล แต่จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ ไม่รับประกัน และปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นจากคนแรกจากนั้นจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่และจะไม่เกิดขึ้นแล้วเพราะจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา และไม่เป็นกระแสอีกแล้ว

ในมุมมองของนักการตลาด อยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งนักการตลาดจะไม่ค่อยสนับสนุนการสร้างปรากฎการณ์ที่หวือหวาโดยที่ไม่สื่อข้อความหลักไปยังสินค้าหรือบริการนั้น 

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ขนาดเล็กไม่มีต้นทุนที่สูงในการสามารถจ้างศิลปิน ดารา ฉะนั้นจึงต้องทำอะไรที่มากกว่าคนอื่น แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับได้และการทำการตลาดเช่นนี้ จะยังคงมีปรากฎขึ้นต่อเนื่องตราบใดที่ยังมีคนสนใจ

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน