ก.ท่องเที่ยวฯ คาดคนไทยเที่ยวไทยสิ้นปีแตะ 100 ล้านครั้ง

ก.ท่องเที่ยวฯ คาดคนไทยเที่ยวไทยสิ้นปีแตะ 100 ล้านครั้ง

ก.ท่องเที่ยวฯ คาดคนไทยเที่ยวไทยสิ้นปีแตะ 100 ล้านครั้ง

รูปข่าว : ก.ท่องเที่ยวฯ คาดคนไทยเที่ยวไทยสิ้นปีแตะ 100 ล้านครั้ง

นายกรัฐมนตรีชวนคนไทยกดเช็กอิน กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประมาณการณ์ว่าสิ้นปี 2564 จะมีคนไทยเที่ยวไทย รวม 100 ล้านครั้ง ส่วนโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" เฟส 3 เหลือสิทธิจองที่พัก 120,273 ห้อง

วันนี้ (6 ธ.ค.2564) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างมาก เพราะจะนำไปสู่การกระจายรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการทุกขนาด และการจ้างงานภาคประชาชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

แม้ขณะนี้ จะได้เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยงต่างชาติเดินทางเข้ามาแล้ว แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะมีจำนวนเพิ่มเป็นหลักหลายล้านคน ดังนั้น การส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทยจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประมาณการณ์ว่าสิ้นปี 2564 จะมีคนไทยเที่ยวไทย รวม 100 ล้านครั้ง ขณะที่ยอดนักท่องเที่ยวชาวไทย ณ สิ้นเดือน พ.ย. อยู่ที่ 92 ล้านครั้ง รายได้จากการท่องเที่ยวรวมจะประมาณ 650,000 ล้านบาท

สำหรับมาตรการของรัฐบาล อย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ขณะนี้ (5 ธ.ค.) จำนวนสิทธิที่พักเหลือ 120,273 ห้อง จึงขอเชิญชวนประชาชน รีบจองที่พัก ก่อนจะสิ้นสุดสิทธิในวันที่ 23 ม.ค.2565 ซึ่งจะสามารถใช้สิทธิเข้าพักได้ถึงวันที่ 31 ม.ค.2565

ทั้งนี้ หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยเนื้อหาและรูปแบบที่น่าสนใจ สไตล์คนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและจุดสนใจที่เกี่ยวข้อง เช่น เว็บไซต์ชิลไปไหน (Chillpainai)

ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำคลิปภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบ Musical Story ชุด "มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ" ภายใต้แนวคิด "ยิ่งไป ยิ่งให้ ยิ่งสุขใจกว่าที่เคย" ประกอบด้วยมิติ แหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม วิถีชีวิตผู้คน และการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม มีการจัดทำแอปพลิเคชัน "เที่ยวเท่ๆ เสน่ห์เมืองไทย" ซึ่งรวบรวมข้อมูลของ 10 สุดยอดต้นแบบ "เที่ยวชุมชน ยลวิถี" แสดงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อาทิ วัด ศาสนสถาน โบราณสถาน และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่สำคัญ และโดดเด่นของท้องถิ่น ร้านอาหารยอดนิยม ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม สินค้าเกษตร และที่พักแบบโฮมสเตย์ รวมถึงจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น ไหว้พระ นั่งรถสามล้อชมสวนเกษตร ล่องแพ และแล่นเรือชมธรรมชาติ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมรูปแบบการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่ผลิตออกมาได้อย่างน่าสนใจ และได้นำมาบอกเล่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งอยากให้มีการเที่ยวในประเทศให้มาก เพราะจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการมีรายได้ สร้างรายได้แก่ชุมชน

ที่สำคัญต้องเที่ยวอย่างปลอดภัยตามวิถีนิวนอร์มอล และในยุคโซเชียลมีเดีย หากนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพและเช็คอินสถานที่ ก็จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ความสวยงาม ศิลปวัฒนธรรมของประเทศ อีกนัยหนึ่ง ถือเป็นการเผยแพร่ Soft Power ของไทยสู่สายตาชาวโลกอีกด้วย

ส่วนความกังวลต่อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังและติดตามการแพร่ระบาด ทุกอย่างทำอย่างเต็มที่ ผู้ประกอบการและประชาชนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการ "COVID Free Setting" และ "DMHTT" อย่างที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการท่องเที่ยวไทยปลอดภัย และคนไทยปลอดภัย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่แอนตาร์กติกา

ยืนยัน "เสือวิจิตร" เดินกลับเข้าป่าแม่วงก์แล้ว หลังออกมาเที่ยว 7 วัน

Drama-addict เปิดกลวิธีหลอกโอนเงินแลกค่าคอมฯ จาก SMS รับคนทำยอดซื้อสินค้า 

ชาวเมียนมาเคาะภาชนะประท้วงทหารขับรถชนผู้ชุมนุม

นักท่องเที่ยวสัมผัสความหนาวที่ดอยอ่างขาง - ชมใบไม้เปลี่ยนสี

กลับขึ้นด้านบน