"ชาวกะเหรี่ยง" หนีสู้รบ 1 พันคนรอข้ามกลับบ้านฝั่งเมียนมา

"ชาวกะเหรี่ยง" หนีสู้รบ 1 พันคนรอข้ามกลับบ้านฝั่งเมียนมา

"ชาวกะเหรี่ยง" หนีสู้รบ 1 พันคนรอข้ามกลับบ้านฝั่งเมียนมา

รูปข่าว : "ชาวกะเหรี่ยง" หนีสู้รบ 1 พันคนรอข้ามกลับบ้านฝั่งเมียนมา

โฆษกสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ กดดันรัฐบาลเมียนมา ยุติการโจมตีทางอากาศ ส่วนผู้หนีภัยการสู้รบชาวกะเหรี่ยงกว่า 1 พันคนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนคนไทยที่อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา เตรียมพร้อมอพยพหากปะทะรอบใหม่

 

กรณีการปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมา กับกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ซึ่งมีการโจมตีทั้งภาคพื้นดิน และปฏิบัติการทางอากาศ จนมีผู้หนีภัยการสู้รบชาวกะเหรี่ยงเข้ามาชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมีผู้อพยพเข้าชายแดนไทยกว่า 3,000 คน 

วันนี้ (28 ธ.ค.2564) ผู้หนีภัยการสู้รบชาวกะเหรียงบางส่วนกว่า 1,000 คนเริ่มทยอยเดินทางข้ามลำน้ำเมย บริเวณหน้าวัดดอยพระธาตุ บ.แม่กุใหม่ ท่าซุง ต.แม่กุหลวง เป็นการผลักดันกลับโดยความสมัครใจของชนกลุ่มน้อย  หลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง พิจารณาแล้วว่า การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมา และเคเอ็นยูน่าจะยุติลง เพราะไม่มีเสียงปืนใหญ่ดังต่อเนื่องเช่นทุกวัน

ทั้งนี้หลังจากข้ามแม่น้ำเมยกลับไป จะมีคนรอรับอีกฝั่ง ซึ่งฝั่งที่ชนกลุ่มน้อยข้ามไป หมู่บ้านที่ตรงข้ามคือ บ้านเอ็งจีเมียน เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ เลยผ่านเข้าไปอีก 9 กิโลเมตร ก็จะเจอฐานทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นเอ จุดที่เครื่องบินทหารพม่าทิ้งระเบิด ยิงปะทะกัน

ทำให้บรรยากาศตลอดริมแม่น้ำเมย มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก สตรี จำนวนมาก เอาผ้าบังทั้งใหญ่ ทั้งเล็ก พอหลบแดดหลบฝน มาปักหลักรออพยพข้ามแม่น้ำเมยมาฝั่งไทย หากเกิดการปะทะ ก็พร้อมข้ามมาได้ตลอด24 ชั่วโมง สังเกตได้ชัดว่าแต่ละครอบครัว จะมีข้าวของ หมอนมุ้ง สมบัติเท่าที่พอจะเอาหนีได้ ใส่ถุงกระสอบมากองกันไว้

เสียงหัวเราะของเด็กอย่างสนุกสนานเล่นน้ำอยู่ในแม่น้ำเมยกัน เป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นของชนกลุ่มน้อยในสถานการณ์ที่จำเป็นแบบนี้มา 3 วัน แล้วบางคนอาบน้ำ ซักผ้า ใช้ชีวิตกับแม่น้ำเมย ในช่วงสถานการณ์ที่ตึงเครียดในพื้นที่หมู่บ้าน

เตรียมข้าวของพร้อมหากเกิดการปะทะรอบใหม่ 

ส่วนชาวบ้านฝั่งบ้านแม่กุหลวงครอบครัวนี้ เตรียมเอาเสื้อผ้า ที่นอน ยารักษาโรค เอกสารของที่จำเป็น เอาไว้ในท้ายรถเรียบร้อย หากเกิดเหตุก็จะขึ้นรถแล้วก็ขับออกไปนอนบ้านญาติในเมืองแม่สอด เนื่องจากกลัวเรื่องความปลอดภัย กลัวจะโดนลูกหลง

จากการสอบถาม ชรบ.หมู่บ้าน บอกว่าปัญหาในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม เป็นสิ่งที่ทั้งคนไทย และชนกลุ่มน้อย เผชิญมาตลอดหลายปี แต่ครั้งนี้น่าจะรุนแรงที่สุด แต่สถานการณ์วันนี้มีเสียงการปะทะดังตอนเช้า 3ครั้ง แต่หลังจากนั้นจนถึงตอนนี้ยังเงียบ แต่ไว้ใจไม่ได้กับสถานการณ์ต้องตั้งรับหากมีการอพยพมา

นายสอิ้ง วังสิงห์ ชาวบ้าน ม.1 บ.แม่กุหลวง อ.แม่สอด จ.ตาก บอกว่า ชาวบ้านมาที่ฝั่งไทย คือบ้านแม่กุหลวง แต่ละคนนั่งใจจดใจจ่อ ตั้งแต่บ่ายโมง ชาวบ้านบอกว่าได้รับข้อมูลมาจากทางทหารไทย ทางชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านว่า จุดปะทะคือฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านบอกว่าหวาดระแวงทุกวัน ตอนนี้ก็รอดูสถานการณ์

"เคเอ็นยู" ร้องกดดันเมียนมาหยุดบินโจมตีอีก

มีรายงานว่า ขณะนี้ฝ่ายเคเอ็นยู และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ที่รวมตัวกันภายใต้ชื่อ พีดีเอฟ ได้ถอนกำลังออกจากที่มั่นแม่วาคี ก่อนถึงหมู่บ้านเลเตอก่อ 1.5 กิโลเมตร ภายหลังทหารเมียนมาปฎิบัติการโจมตีทางอากาศ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทหารเมียนมาเข้ายึดพื้นที่บ้านมินลาปาน จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน ได้แล้ว

นายพาโด้ ซอตอยิน โฆษกสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู เรียกร้องให้สหประชาชาติกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา ให้ยุติการใช้เครื่องบิน และเฮลิคอปเตออร์ ปฎิบัติการทางอากาศ เพราะการปฏิบัติการทางอากาศที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งนี้เป้าหมายการทิ้งระเบิดของฝ่ายเมียนมา ส่วนมากเป็นพื้นที่ชุมชน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาดเหตุโจมตี "เคเอ็นยู" ฝึกกองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมา

 

กลับขึ้นด้านบน