หมอเด็ก พบเคสเด็ก "พกกัญชา" ใส่กระติกน้ำ แอบสูบในห้องเรียน

หมอเด็ก พบเคสเด็ก "พกกัญชา" ใส่กระติกน้ำ แอบสูบในห้องเรียน

หมอเด็ก พบเคสเด็ก "พกกัญชา" ใส่กระติกน้ำ แอบสูบในห้องเรียน

รูปข่าว : หมอเด็ก พบเคสเด็ก "พกกัญชา" ใส่กระติกน้ำ แอบสูบในห้องเรียน

หมอเด็กชื่อดัง ระบุมีเคสเด็กมัธยมพกกัญชาใส่กระติกน้ำไปโรงเรียน แอบปิดห้องสูญควันโขมง แนะสธ.ปกป้องเด็กจากกัญชา ขณะที่นายปานเทพ ระบุช่วงสุญญากาศ พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่จำเป็นต้องคุมกัญชาให้เข้มข้นไปกว่าเหล้าบุหรี่ อ้างคนไทย 18.8 ล้านคนเคยใช้กัญชา

วันนี้ (4 ก.ค.2565) ขณะที่หลายฝ่ายยังกังวลเรื่องกัญชาที่เข้าถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน ล่าสุด พ.ญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิด-ปริกำเนิด โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ บอกว่า รับทราบข้อมูลจากจิตแพทย์เด็กท่านหนึ่ง

เนื้อหาระบุว่า วันก่อนได้คุยกับคุณครูท่านหนึ่งบอกว่า ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ตอนเช้าเห็นเด็กใส่กัญชาในกระติกน้ำพกมาโรงเรียน

ตอนกลางวันเด็กชั้นมัธยมศึกษาปิดล็อกห้องเรียนเพื่อสูบกัญชา มีควันฟุ้งออกมา ครูจะเข้าไปห้ามปรามก็จะชกครู (ท่านคาดว่าเด็กคงเมากัญชาถึงกล้าจะทำแบบนั้น)

โรงเรียนเรียกผู้ปกครองมาพูดคุยทันที แต่ก็รู้ว่าคงจะยากที่จะควบคุม เพราะผู้ปกครองสนับสนุน เนื่องจากเป็นผู้ขาย ครูถามว่าควรจัดการปัญหาอย่างไรดี ก็ได้แต่ตอบว่า ให้ส่งเด็กไปรักษาตามกระบวนการ แต่ในใจมันพูดไม่ออกเลย

อ่านข่าวเพิ่ม มท.ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ ห้ามขายอาหาร-เครื่องดื่มกัญชาในสถานที่ราชการ

 

เรียกร้องสธ.ปกป้องเด็กจากกัญชา

ในโพสต์นี้มีผู้มาแสดงความเห็น ตั้งคำถามถึงบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข และแสดงความกังวลเมื่อกัญชาเข้าไปสู่สถานศึกษา

ล่าสุด พ.ญ.สุธีรา โพสต์เรียกร้องให้ต้องปกป้องเด็กจากกัญชา โดยเฉพาะเมื่อกัญชาละลายในไขมัน จะส่งผ่านออกทางน้ำนมได้มากกว่าในเลือด อยู่ในน้ำนมได้หลายสัปดาห์ ทำลายสมองของทารกที่ดื่มนมแม่ หากแม่กินกัญชาต้องปั๊มนมทิ้งถึง 6 สัปดาห์ ซึ่งหมายถึง เด็กก็คงจะไม่หันกลับไปกินนมแม่ได้ง่ายๆ

กมธ.กัญชาฯ ชี้มีกฎหมายดูแลในช่วงสุญญากาศ

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ชี้ว่า คนไทย 18.8 ล้านคน เคยใช้กัญชาแล้ว จะแก้ปัญหาต้องยอมรับข้อเท็จจริง โดยอ้างถึงโครงการวิจัยศึกษาสถานการณ์การใช้กัญชาทางการแพทย์ของไทย ในปี 2562-2563 ระบุว่า มีผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์จากตลาดมืด ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงและสารพิษ คนที่ต้องการใช้เพื่อรักษาโรคก็เข้าไม่ถึง โดยอ้างว่ามีมากกว่า 3.96 ล้านคน และเป็นกลุ่มที่จดแจ้งการใช้ในครัวเรือนแล้ว

ขณะเดียวกันยังยกงานวิจัยวารสารด้านการเสพติด ชื่อ Drug and Alcohol dependence ที่ตีพิมพ์เมื่อ พ.ค.2554 พบว่า การสูบกัญชาติดยากกว่าเหล้าและบุหรี่ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการใช้ และอ้างถึงการมีอคติทางการแพทย์ ที่ปฏิเสธการจ่ายกัญชา หรือน้ำมันกัญชา และมีแพทย์ เภสัชกรบางกลุ่มที่ต่อต้านกัญชา มีผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทยา

 

พร้อมระบุถึง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เช่น ฉบับ 424 ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 ยังไม่ให้ใช้ช่อดอกเป็นส่วนผสมในอาหาร ฉบับที่ 425 กำหนดค่า THC ในอาหารบางประเภท อ้างถึงประกาศกรมอนามัย 30 มี.ค.2565 ที่ระบุว่า ต้องแจ้งเมนูอาหารที่มีกัญชา

โดยรวมก็เพื่อจะบอกว่า แม้จะสุญญากาศ แต่ก็ไม่ถึงกับไร้กฎหมาย ยังไม่จำเป้นต้องมี พ.ร.ก.เพราะแม้ว่าจะออก พ.ร.ก. ก็อาจจะไม่มีความหมายถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคร่งครัด

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รายงานจำนวนการลงทะเบียน 968,167 คน ออกใบรับจดแจ้งกัญชา 937,850 ใบ ออกใบรับจดแจ้งกัญชง 30,317 ใบ จำนวนเข้าใช้งานระบบ 42,968,956 ครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลายชาติเตือนคนไทยห้ามนำ "กัญชา-กัญชง" เข้าประเทศ

 

กลับขึ้นด้านบน