ให้ชาวนาปลายแม่น้ำน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สูบน้ำเข้านาได้

ให้ชาวนาปลายแม่น้ำน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สูบน้ำเข้านาได้

ให้ชาวนาปลายแม่น้ำน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สูบน้ำเข้านาได้

รูปข่าว : ให้ชาวนาปลายแม่น้ำน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สูบน้ำเข้านาได้

ให้ชาวนาปลายแม่น้ำน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สูบน้ำเข้านาได้ แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงขอความร่วมมือยุติการสูบน้ำแต่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งใน 1 ใน 3 อำเภอ ที่ได้สูบน้ำเข้านาในวันนี้(19 ก.ค.) เหตุผลสำคัญคือจังหวัดประเมินแล้วว่าสามารถจ่ายน้ำได้ เพื่อรักษานาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว ขณะที่ริมแม่น้ำน้อย ถือว่าเป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนที่น้ำจะไหลลงสู้แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ว่าพื้นที่เหนือน้ำเกษตรกรต้องหาแหล่งน้ำอื่นอยู่ ซึ่งทางเลือกหนึ่งก็คือ การขุดเจาะบ่อบาดาลแต่ก็ประสบปัญหาไม่สามารถสูบน้ำได้ตามเป้าหมาย

วันนี้ (19 ก.ค.2558) เครื่องสูบน้ำกว่า 20 เครื่องที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ในต.ผักไห่ อ.ผักไห่ กลับมาทำงานอีกครั้ง เพื่อสูบน้ำเข้าสู่คลองสายย่อย แจกจ่ายให้กับพื้นที่นาข้าว อ.ผักไห่ อ.บางบาล และอ.บางซ้าย เป็น 3 อำเภอที่ได้รับการจ่ายน้ำทำนา

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เหตุผลว่า เป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวไปก่อนพื้นที่อื่น และก่อนที่จะประกาศให้มีการยุติการสูบน้ำ ขณะนี้นาข้าวกว่า 200,000 ไร่ กำลังตั้งท้อง และเหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเก็บเกี่ยวได้ ทางจังหวัดจึงประเมินว่าเข้าข่ายเป็นพื้นที่ต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะที่พื้นที่เกษตรที่เหลืออีกกว่า 400,000 ไร่ ยังต้องประเมินแนวทางช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่ง

ด้านนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทานบอกว่า ขณะนี้สามารถดำเนินการผลักดันน้ำเค็มและแก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ในระดับหนึ่งแล้ว และมีปริมาณน้ำเหลือพอที่จะแบ่งมาจัดสรรให้กับพื้นที่เกษตรเฉพาะที่เข้าข่ายต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเท่านั้น ยังไม่สามารถจ่ายน้ำให้กับระบบชลประทานได้ทั้งหมด


กลับขึ้นด้านบน