"บุรีรัมย์"สำรวจจุดอับฝน-เตรียมทำฝนเทียม หนองคายสูบน้ำโขงเข้านากว่า 7 พันไร่

"บุรีรัมย์"สำรวจจุดอับฝน-เตรียมทำฝนเทียม หนองคายสูบน้ำโขงเข้านากว่า 7 พันไร่

"บุรีรัมย์"สำรวจจุดอับฝน-เตรียมทำฝนเทียม หนองคายสูบน้ำโขงเข้านากว่า 7 พันไร่

รูปข่าว : "บุรีรัมย์"สำรวจจุดอับฝน-เตรียมทำฝนเทียม หนองคายสูบน้ำโขงเข้านากว่า 7 พันไร่

ฝนที่เริ่มขาดช่วงทำให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเริ่มวิตกว่าอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตน้ำซ้ำอีก หลังจากน้ำฝนที่ได้ก่อนหน้านี้มีปริมาณน้อย โดยเฉพาะจ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ต้องบินสำรวจสภาพอากาศอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลทำฝนเทียม

วันนี้ (24 ก.ค.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จ.บุรีรัมย์ บินสำรวจพื้นที่จุดอับฝน เพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ หลังจากขึ้นบินทำฝนหลวงก่อนหน้านี้ แต่มีปริมาณน้ำฝนตกไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ส่งผลให้น้ำในเขื่อน แหล่งน้ำธรรมชาติ และพื้นที่การเกษตรมีปริมาณน้อย
 
ขณะที่จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำจากแม่น้ำโขงไปช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่อ.เมือง กว่า 7,000 ไร่ เนื่องจากฝนที่ตกมีไม่เพียงพอ ส่วนที่จ.ยโสธร ที่แม้อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีน้อย แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเพียงพอต่อการทำการเกษตร
 
ส่วนที่ ต.โคกหม้อ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ชาวนาเร่งสูบน้ำจากคลองสาธารณะ เข้านาข้าวที่กำลังตั้งท้องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความเสียหายเป็นครั้งที่ 2 หลังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอนุญาตให้สูบน้ำทำนาอีกครั้ง เช่นเดียวกับชาวนาในลุ่มแม่น้ำปิงที่เคยหยุดสูบ ก็กลับมาสูบน้ำอีกครั้ง หลังชลประทานเปิดประตูระบายน้ำ เหมือนกับชาวนา ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ที่ชะลอการปลูกข้าวมานานกว่า 7 เดือนก่อนหน้านี้ เริ่มกลับมาปลูกข้าวอีกครั้งหลังมีฝนตก ชาวนาบอกว่าแม้จะเสี่ยงน้ำที่อาจไม่เพียงพอ แต่หวังว่าจะมีฝนตกมาช่วยอีกทาง
 
ไม่เพียงแต่ชาวไร่ชาวนาเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการรับจ้างฟางอัดก้อนให้กับฟาร์มต่างๆ ที่ต้องเร่งออกตระเวนหาซื้อฟางทั่วภาคกลาง เพื่อนำไปเก็บไว้ให้พอจำหน่ายในช่วงฤดูแล้ง โดยยอมรับว่าหาซื้อได้ยากขึ้น เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่ทำนาไม่ได้ โดยเฉพาะ จ.อ่างทอง ที่นาข้าวส่วนใหญ่ไม่เข้าหลักเกณฑ์
 
ส่วนที่บ้านศาลเจ้า อ.ปากพลี จ.นครนายก ยังคงได้รับผลกระทบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ถนนซึ่งใช้เป็นเส้นทางหลักในขนผลผลิตและทำการเกษตร ซึ่งเป็นถนนเลียบคลองทรุดเพิ่มอีก 4 จุดระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ทำให้ชาวนาที่ต้องใช้ถนนสายนี้ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
 
ส่วนสถานการณ์ฝนตกหนักบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณอุทยานน้ำตกวังตะไคร้และน้ำตกนางรอง เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวตามปกติได้แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท เจ้าหน้าที่ยังคงติดป้ายเตือน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด


กลับขึ้นด้านบน