วิเคราะห์สัตว์ทะเลกัดนักท่องเที่ยวชาวออสซี่ "ฉลาม" หรือ"ปลาปักเป้า"

วิเคราะห์สัตว์ทะเลกัดนักท่องเที่ยวชาวออสซี่ "ฉลาม" หรือ"ปลาปักเป้า"

วิเคราะห์สัตว์ทะเลกัดนักท่องเที่ยวชาวออสซี่ "ฉลาม" หรือ"ปลาปักเป้า"

รูปข่าว : วิเคราะห์สัตว์ทะเลกัดนักท่องเที่ยวชาวออสซี่ "ฉลาม" หรือ"ปลาปักเป้า"

วิเคราะห์สัตว์ทะเลกัดนักท่องเที่ยวชาวออสซี่ เหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียลงเล่นน้ำหาดกะรน แล้วถูกสัตว์ทะเลกัดถูกหาบส่งโรงพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญฉลามของไทยระบุว่า อาจเป็นปลาปักเป้าที่กัดเท้านักท่องเที่ยว เนื่องจากบาดแผลไม่มีรอยกระชาก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามชาวต่างประเทศ คาดเป็นฉลาม Bull Shark หรือฉลามวัว

เหตุนักท่องเที่ยวถูกสัตตว์ทะเลกัดที่หาดกะรนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2558 ที่ผ่าน เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลได้ช่วยเหลือ นางสาว แจน เนอาเม่ อายุ 37 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย ตรวจสอบพบหลังเท้าด้านซ้ายมีร่องรอยเป็นแผลฉกรรจ์คล้ายถูกสัตว์กัด และยังมีบาดแผลบริเวณฝ่าเท่าด้านซ้ายด้วย แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรอยแผลจากสัตว์ชนิดใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงส่งไปทำการผ่าตัดที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต เบื้องต้นแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากการถูกสัตว์ชนิดใดกัด ต้องรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

ด้านนายเดวิด มาติน นักดำน้ำถ่ายภาพสารคดีฉลามทั่วโลกของ National Geographic และเป็นช่างภาพใต้น้ำให้กับสำนักข่าวดังอย่าง BBC ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องฉลาม ได้ให้ความเห็นว่า จากที่ได้ดูรอยกัดซึ่งเป็นลักษณะสามเหลี่ยม ค่อนข้างชัดว่าเป็นรอยกัดของฉลาม โดยกรณีนี้แนวโน้มน่าจะเป็นสายพันธุ์ Bull Shark ซึ่งมีประวัติเคยพบทั้งในทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งอาจพลัดหลงเข้ามา

ขณะที่นายทัศพล กระจ่างดารา นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามโดยตรง กลับมองว่า เป็นแผลที่เกิดจากการกัดของปลาปักเป้าเพราะมีลักษณะการกัดจิกตรงบริเวณหลังเท้าเท่านั้น เพราะหากเป็นแผลกัดของฉลามจะต้องมีบาดแผลที่เกิดจากการกระชากมากกว่านี้และจากการให้เจ้าหน้าที่ขับเรือวนดู พบมีปลาปักเป้าขนาดใหญ่ 4-5 กิโลกรัม 3-4 ตัวว่ายวนไปมาบริเวณที่เกิดขึ้น โดยวันนี้ (3 ก.ย.2558) เจ้าหน้าที่จะนำเรือพร้อมนักประดาน้ำลงสำรวจและค้นหาบริเวณหน้าอ่าวกะรนและใกล้เคียง เพื่อดูว่ามีฉลามดังกล่าวอาศัยอยู่หรือไม่

อ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ก็ได้วิเคราะห์ผ่านเฟซบุ๊กด้วยเช่นกันโดยระบุว่า จากบาดแผลที่เกิดขึ้นคาดว่าน่าจะเป็นฉลามที่กัดนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เนื่องจากฉลาม คือ แผลมีขนาดใหญ่รอบแผลมีลักษณะช้ำ หมายถึงโดนกัด ไม่ได้โดมทิ่มจากกระเบนหรือโดนปลาอื่นที่มีปากเล็กกว่ากัด ขอบบาดแผลฉีกขาดคล้ายโดนของมีคมตัดแปลว่าฟันต้องคม และลึกจนถึงชั้นเนื้อ แปลว่าฟันต้องใหญ่

ทั้งนี้ อ.ธรณ์ ยังวิเคราะห์ถึงกรณีผู้ที่ถูกฉลามกัดในเมืองไทยว่ามีจำนวนน้อยมากโดยในรอบ 10 ปี มีชาวต่างชาติรายหนึ่งที่มาเที่ยวเกาะพะงันและว่ายน้ำไปบริเวณที่มีน้ำขุ่นและถูกฉลามกัดน่อง จึงว่ายกลับมาจนถึงหาดและถูกนำส่งโรงพยาบาลแต่เสียเลือดมากจนเสียชีวิต ซึ่งหมายความว่าฉลามเข้าน้ำตื้นได้และคาดว่าฉลามที่กัดอาจเป็นชนิด bull shark ซึ่งพบได้ทั่วโลกและมีรายงานว่าจู่โจมคนเป็นประจำ


กลับขึ้นด้านบน