ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุกหมูแฮม 2 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา เหตุขับเบนซ์ชนพนง.เสียชีวิต

ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุกหมูแฮม 2 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา เหตุขับเบนซ์ชนพนง.เสียชีวิต

ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุกหมูแฮม 2 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา เหตุขับเบนซ์ชนพนง.เสียชีวิต

รูปข่าว : ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุกหมูแฮม 2 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา เหตุขับเบนซ์ชนพนง.เสียชีวิต

ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุกหมูแฮม 2 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา เหตุขับเบนซ์ชนพนง.เสียชีวิต ศาลฎีกาพิพากษาแก้ จำคุกนายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือหมูแฮม 2 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีทำร้ายร่างกายพนักงานขับรถโดยสาร และขับรถเบนซ์พุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนบนทางเท้า จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน คุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

วันนี้ (18 ก.ย.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดพระโขนง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่นายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือหมูแฮม บุตรชายนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ กับนางสาวิณี ปะการะนัง อดีตนางสาวไทยปี 2527 ก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบใบหน้านายสถาพร อรุณศิริ พนักงานขับรถโดยสารปรับอากาศ สาย 513 และขับรถเบนซ์พุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนบนทางเท้า ทำให้นางสายชล หลวงแสง พนักงานการเงิน ขสมก.เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2550

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2552 ว่า จำเลยมีความผิดโทษฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจำคุก 1 เดือน พร้อมริบรถยนต์ของกลาง และให้ชำระค่าเสียหายแก่นางสมจิตร แกล้วกล้า กระเป๋ารถเมล์ ผู้เสียหายที่ 7 จำนวน 100,000 บาท น.ส.สังวาล สีหะวงษ์ โจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 800,000 บาท น.ส.สุชีรา อินทร์สุวรรณ์ โจทก์ร่วมที่ 3 จำนวน 79,412 บาท และนางทองดำ หลวงแสง โจทก์ร่วมที่ 4 มารดาของนางสายชล หลวงแสง ผู้เสียชีวิต จำนวน 2,158,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.2550 จนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนผู้เสียหายอื่นรวม 7 คน จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นเป็นที่พอใจแล้ว

ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นในขณะไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228 ประกอบมาตรา 65 วรรค 2 เห็นควรให้จำคุกจำเลย 3 ปี และเมื่อจำเลยได้บรรเทาผลร้าย โดยชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียชีวิต 1 คน และผู้บาดเจ็บ 3 คน จนเป็นที่พอใจและไม่ติดใจดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญากับจำเลยต่อไป จึงเห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี และเมื่อรวมโทษฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นอีก 1 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้นเป็นเวลา 2 ปี 1 เดือน เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนด 2 ปี

ทั้งนี้ ศาลฎีกาประชุมตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า จากผลการตรวจของแพทย์พบว่าจำเลยมีจิตบกพร่อง แต่สามารถรู้จักผิดชอบถึงการกระทำของตน ที่ศาลอุทธรธณ์พิพากษาจำคุกฐานฆ่าผู้อื่นขณะมีจิตบกพร่อง 2 ปี 1 เดือน โดยรอลงอาญา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่โทษที่ให้รอลงอาญานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะจากประวัติการรักษา แม้จำเลยมีอาการทางจิต แต่ห่างหายจากการพบแพทย์และขาดยา นอกจากนี้ยังพบมีประวัติการเสพยาเสพติดหลายชนิดตั้งแต่อายุ 17-18 ปี และก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน มีการเสพยาไอซ์และเคยขับรถเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งแพทย์ระบุว่าจำเลยป่วยเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน และบิดายังอนุญาตให้ขับรถ พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าร้ายแรง ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้จำคุก 2 ปี 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ฐานฆ่าและทำร้ายร่างกายผู้อื่น และยกเลิกการคุมประพฤติ

ขณะที่ น.ส.สุชีรา อินทร์สุวรรณ บุตรสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ต่อสู้คดีมานานเกือบ 8 ปี เพื่อแม่ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้


กลับขึ้นด้านบน