ตร.กองปราบฯ ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นกล้อง-หุ่นยนต์ จำลองเหตุการณ์ “ชูวงษ์” เสียชีวิต

ตร.กองปราบฯ ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นกล้อง-หุ่นยนต์ จำลองเหตุการณ์ “ชูวงษ์” เสียชีวิต

ตร.กองปราบฯ ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นกล้อง-หุ่นยนต์ จำลองเหตุการณ์ “ชูวงษ์” เสียชีวิต

รูปข่าว : ตร.กองปราบฯ ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นกล้อง-หุ่นยนต์ จำลองเหตุการณ์ “ชูวงษ์” เสียชีวิต

ตร.กองปราบฯ ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นกล้อง-หุ่นยนต์ จำลองเหตุการณ์ “ชูวงษ์” เสียชีวิต ตำรวจกองปราบปรามนำเทคโนโลยีกล้องและหุ่นจำลองจากญี่ปุ่น จำลองเหตุการณ์เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธรุกิจรับเหมาก่อสร้างเสียชีวิต ขณะที่ลูกชายนายชูวงษ์พร้อมทนายเข้าร่วมสังเกตการณ์

วันนี้ (28 ก.ย. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามนำหุ่นยนต์จำลองและกล้องบันทึกภาพเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น ติดตั้งในรถยนต์เลกซัส รุ่นแอลเอ็กซ์ 470 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับคันที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ขับประสบอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่นั่งมาด้วยเสียชีวิต มาใช้จำลองเหตุการณ์เพื่อตรวจสอบทิศทางการวิ่งและความเร็วของรถขณะที่เกิดอุบัติเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า การจำลองเหตุการณ์เริ่มขึ้นในจุดที่ พ.ต.ท.บรรยิน ให้การว่า ขับรถตามเส้นทาง ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 พอถึงระหว่างซอย 48-50 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ มีรถยนต์วิ่งตัดหน้าทำให้ต้องหักรถยนต์หลบจนเสียหลักพุ่งเข้าไปขอบทางประมาณ 50 เมตร ก่อนชนต้นไม้ โดยทางตำรวจนำเบาะมาติดตั้งไว้เพื่อรองรับแรงกระแทก ทั้งนี้ การจำลองเหตุการณ์ดังกล่าว นายกันต์ แซ่ตั้ง บุตรชายของนายชูวงษ์ พร้อมด้วย นายเอนก คำชุ่ม ทนายความ เข้าร่วมสังเกตุการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับการจำลองเหตุการณ์ครั้งแรก ตำรวจทดสอบระบบการทำงานของเบรครถยนต์ จากนั้นจะทดสอบความเร็วอีก 2 ครั้ง โดยใช้ความเร็วที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อทดสอบแรงปะทะขณะการเข้าชนต้นไม้จนรถยนต์หยุดนิ่ง โดยผลการจรวจสอบจะนำไปใช้ประกอบสำนวนคดี

ด้านนายเอนกเผยว่า ในทางคดีจะยังไม่ยืนยันหรือสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิต จนกว่าการพิสูจน์ขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งผลทางนิติวิทยาศาสตร์จะแล้วเสร็จ
 


กลับขึ้นด้านบน