ประมูลคลื่น 4G ยังคึกคัก-เคาะราคาสู้เดือด รอบ 26 รวมมูลค่า 2 ใบอนุญาตกว่า 4 หมื่นล.

ประมูลคลื่น 4G ยังคึกคัก-เคาะราคาสู้เดือด รอบ 26 รวมมูลค่า 2 ใบอนุญาตกว่า 4 หมื่นล.

ประมูลคลื่น 4G ยังคึกคัก-เคาะราคาสู้เดือด รอบ 26 รวมมูลค่า 2 ใบอนุญาตกว่า 4 หมื่นล.

รูปข่าว : ประมูลคลื่น 4G ยังคึกคัก-เคาะราคาสู้เดือด รอบ 26 รวมมูลค่า 2 ใบอนุญาตกว่า 4 หมื่นล.

ประมูลคลื่น 4G ยังคึกคัก-เคาะราคาสู้เดือด รอบ 26 รวมมูลค่า 2 ใบอนุญาตกว่า 4 หมื่นล. ประมูลใบอนุญาต 4G คึกคัก 4 ค่ายใหญ่สู้เดือด รอบที่ 26 รวมมูลค่า 2 ใบอนุญาตถึง 4.8 หมื่นล้านบาท

วันนี้ (11 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์ รายงานบรรยากาศการประมูลของทุกรอบในวันนี้ว่า เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย ได้แก่ 1.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด 2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด 3.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ4.บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้เดินทางมา เพื่อลงทะเบียนและจับสลากเลือกห้องประมูล

การประมูลรอบแรกได้เริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. โดยในรอบที่ 1 ชุดที่ 1 มีผู้ยื่นประมูล 1 รายราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 16,708 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้ยื่นประมูล 3 ราย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 16,708 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งในการประมูลรอบแรก ผู้เข้าร่วมการประมูลทุกรายจะต้องเสนอราคาในชุดคลื่นความถี่ชุดใดชุดหนึ่งที่ราคา 16,708 ล้านบาท จากนั้นหากเสนอราคาจะต้องเสนอราคาครั้งละ 5% ของราคาขั้นต่ำ 15,912 ล้านบาท

รอบที่ 2 ในชุดที่ 1 ผู้ชนะชั่วคราวในรอบแรกของการประมูลไม่ได้ยื่นราคาเพิ่ม ทำให้ราคาคงเดิมที่ 16,708 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้ยื่นประมูล 2 ราย ราคาอยู่ที่ 17,504 ล้านบาท

ในรอบที่ 3 ชุดที่ 1 ผู้ชนะชั่วคราวยังคงไม่เพิ่มราคา ทำให้ราคาอยู่คงเดิมที่ 16,708 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้ประมูล 2 ราย ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 18,300 ล้านบาท

รอบที่ 4 มีผู้ประมูลเคาะจากชุดที่ 2 มาเข้าร่วมประมูลในชุดที่ 1 ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 17,504 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 เหลือเพียง 1 ราย เคาะราคาอยู่ที่ 19,096 ล้านบาท

ส่วนในรอบที่ 5 ในชุดที่ 1 มีผู้เสนอราคา 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 18,300 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้เสนอราคา 2 ราย ส่งผลให้ราคาการประมูลเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 19,892 ซึ่งราคาเกินราคาที่กำหนดไว้ที่ 19,890 ล้านบาท ดังนั้น ในรอบถัดไปจะทำให้ราคาประมูลในชุดที่ 2 เพิ่มขึ้นครั้งละร้อยละ 2.5 จากเดิมที่เพิ่มขึ้นครั้งละร้อยละ 5 ในการเคาะราคาแต่ละครั้ง

รอบที่ 6 แม้ว่าการประมูลชุดที่ 1 จะไม่มีผู้เคาะประมูล ทำให้ราคายังอยู่ที่ 18,300 ล้านบาท ซึ่งหากราคาประมูลไม่เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ราคาเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติมาอยู่ที่ 19,096 ล้านบาท และชุดที่ 2 มีผู้เคาะประมูล 2 ราย ราคาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20,290 ล้านบาท

รอบที่ 7 ชุดที่ 1 ยังเป็นราคาเดิมที่ 19,096 ล้านบาท ยังไม่เคาะราคาเพิ่ม ชุดที่ 2 มีผู้มาเคาะเพิ่ม 20,688 ล้านบาท ราคาชุดที่ 2 ซึ่งส่งผลให้ราคาของคลื่นความถี่เกินราคามูลค่าเต็มที่ 104% ส่งผลให้มูลค่ารวมจากการประมูล 38,988 ล้านบาท

รอบที่ 8 ในชุดที่ 1 ยังไม่มีผู้เคาะราคา ราคาจึงยังคงอยู่ที่ 19,096 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21,086 ล้านบาท

รอบที่ 9 มีคนเคาะราคาชุด 1 จำนวน 1 ราย ทำให้ราคายังอยู่ที่ 19,096 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 ไม่มีคนเคาะราคา จึงเป็นผู้ชนะชั่วคราว ราคาจึงยังคงอยู่ที่ 21,086 ล้านบาท ซึ่งในรอบนี้มูลค่าการประมูลรวมเกินกว่าที่ กสทช.กำหนดไว้ที่ 40,182 ล้านบาท โดยหากในรอบที่ 10 หากมีผู้เคาะราคาแข่งขันในชุดที่ 1 จะต้องเริ่มต้นที่ราคา 19,892 ล้านบาท และในชุดที่ 2 ราคาเริ่มต้นการประมูลจะขยับมาอยู่ที่ 21,484 ล้านบาท

รอบที่ 10 มีผู้ยื่นชุดที่ 1 จำนวน 1 ราย ทำให้ราคายังอยู่ที่ 19,892 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 ไม่มีผู้ยื่นเคาะราคา ราคาจึงยังคงอยู่ที่ 21,484 ล้านบาท ทำให้ราคาตั้งต้นการประมูลในรอบที่ 11 ผู้ยื่นราคาประมูลผู้ยื่นจะต้องเคาะราคาในชุดที่ 1 เริ่มต้นที่ 20,290 ล้านบาท และในชุดที่ 2 ราคาจะต้องยื่นที่ 21,484 ล้านบาท ทั้งนี้ในชุดที่ 10 มูลค่ารวมจะอยู่ที่ ราคา 40,978 ล้านบาท โดยทั้ง 2 ชุด ผู้เข้าประมูลได้ทำการเคาะราคามากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคลื่นความถี่ ที่ กสทช.กำหนดแล้ว

รอบที่ 11 ในชุดที่ 1 ไม่มีคนเคาะ ส่งผลให้ราคายังอยู่ที่ 19,892 ส่วนชุดที่ 2 มีผู้เคาะ 2 ราย ราคาอยู่ที่ 21,484 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 41,376 ล้านบาท

รอบที่ 12 ในชุดที่ 1 ไม่มีผู้เคาะราคา ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 20,290 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ราคาอยู่ที่ 21,882 ล้านบาท มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 41,774 ล้านบาท

รอบที่ 13 ในชุดที่ 1 จากเดิมไม่มีผู้เคาะราคา ในรอบนี้ มีผู้เคาะราคา 1 ราย ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 20,290 ล้านบาท โดยในราคาตั้งต้นรอบที่ 14 จะทำให้ราคาอยู่ที่ 20,688 ล้านบาท และในส่วนชุดที่ 2 ราคาจะยังคงเดิมที่ 22,280 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 42,172 ล้านบาท

รอบที่ 14 ในชุดที่ 1 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ราคาอยู่ที่ 20,688 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 ไม่มีผู้เคาะราคา ทำให้ราคาอยู่ที่ 21,882 ล้านบาท มูลค่ารวม 42,570 ล้านบาท

รอบที่ 15 ในชุดที่ 1 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 21,086 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ราคา 22,280 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาตั้งต้นรอบที่ 15 จะทำให้ราคาอยู่ที่ 21,484 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 ราคาตั้งต้นจะอยู่ที่ 22,678 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 43,366 ล้านบาท

รอบที่ 16 ในชุดที่ 1 ไม่มีผู้เคาะราคา ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 21,086 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 2 ราย ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 22,678 ล้าน ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 44,162 ล้านบาท

แต่ในรอบที่ 17 ราคาตั้งต้นชุดที่ 1 จะอยู่ที่ 21,484 ล้านบาท ส่วนชุดที่ 2 จะอยู่ที่ 23,076 ล้านบาท

รอบที่ 18 ในชุดที่ 1 ราคาอยู่ที่ 21,882 ล้านบาท มีผู้เคาะราคา 1 ราย ส่วนในชุดที่ 2 ไม่มีผู้เคาะราคา โดยราคาอยู่ที่ 23,076 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 44,958 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 19 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 จะมีราคา 22,280 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาตั้งต้นคงเดิมที่ 23,474 ล้านบาท

รอบที่ 20 ในชุดที่ 1 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 22,280 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 ไม่มีผู้เคาะราคาทำให้ราคายังอยู่ที่ 23,474 ล้านบาท

รอบที่ 21 ในชุดที่ 1 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 22,678 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ราคายังอยู่ที่ 23,872 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 46,550 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 22 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 ผู้เข้าประมูลจะต้องเสนอราคา 23,076 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาที่ 24,270 ล้านบาท

รอบที่ 22 ในชุดที่ 1 ไม่มีผู้เคาะราคา ทำให้ราคาอยู่ที่ 22,678 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 เคาะราคา 1 ราย ราคายังอยู่ที่ 24,270 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 46,948 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 23 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 ผู้เข้าประมูลจะต้องเสนอราคา 23,076 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาที่ 24,668 ล้านบาท

รอบที่ 23 ในชุดที่ 1 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 23,076 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 ไม่มีผู้เคาะราคาทำให้ราคาอยู่ที่ 24,270 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 47,346 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 24 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 ผู้เข้าประมูลจะต้องเสนอราคา 23,474 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาที่ 24,668 ล้านบาท

รอบที่ 24 ในชุดที่ 1 มีผู้เคาะราคา 2 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 23,474 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 ไม่มีผู้เคาะราคาทำให้ราคาคงอยู่ที่ 24,270 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 47,744 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 24 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 ผู้เข้าประมูลจะต้องเสนอราคา 23,872 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาที่ 24,668 ล้านบาท

รอบที่ 25 ในชุดที่ 1 ไม่มีผู้เคาะราคา ทำให้ราคาอยู่ที่ 23,474 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 24,668 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 48,142 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 26 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 ผู้เข้าประมูลจะต้องเสนอราคา 23,872 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาที่ 25,066 ล้านบาท

รอบที่ 26 ในชุดที่ 1 ไม่มีผู้เคาะราคา ทำให้ราคาอยู่ที่ 23,474 ล้านบาท ส่วนในชุดที่ 2 มีผู้เคาะราคา 2 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 25,066 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 48,540 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาในรอบที่ 27 ราคาตั้งต้นใน ชุดที่ 1 ผู้เข้าประมูลจะต้องเสนอราคา 23,872 ล้านบาท และในชุดที่ 2 จะมีราคาที่ 25,464 ล้านบาท

เบื้องต้นภายหลังการประมูลในรอบที่ 26 มีมูลค่าการประมูลรวมของ 2 ใบอนุญาต 48,540 ล้านบาท


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน