สมาคมนักข่าววิทยุฯ ขอบริษัทเหมืองแร่ฯทบทวนการฟ้อง – ยืนยันพร้อมช่วยเยาวชนหากถูกร้องดำเนินคดี

สมาคมนักข่าววิทยุฯ ขอบริษัทเหมืองแร่ฯทบทวนการฟ้อง – ยืนยันพร้อมช่วยเยาวชนหากถูกร้องดำเนินคดี

สมาคมนักข่าววิทยุฯ ขอบริษัทเหมืองแร่ฯทบทวนการฟ้อง – ยืนยันพร้อมช่วยเยาวชนหากถูกร้องดำเนินคดี

รูปข่าว : สมาคมนักข่าววิทยุฯ ขอบริษัทเหมืองแร่ฯทบทวนการฟ้อง – ยืนยันพร้อมช่วยเยาวชนหากถูกร้องดำเนินคดี

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เรียกร้องให้บริษัทเหมืองแร่ฯ ทบทวนการฟ้องเยาวชนข้อหาหมิ่นประมาท จากการแสดงความเห็นต่อผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ฯ และยืนยันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของชุมชนในการปกป้องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

วันนี้ ( 19 ธ.ค.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอแสดงความห่วงใยต่อกรณีที่เยาวชนนักข่าวพลเมือง ซึ่งเป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในอ.วังสะพุง จ.เลย ถูกบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท จากการให้สัมภาษณ์ในช่วง “ข่าวพลเมือง” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2558 ถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำของชุมชนจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ โดยวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ทำหนังสือขออนุญาตฟ้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองคนดังกล่าว ในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย และเพื่อให้ทางสถานพินิจฯเชิญผู้ปกครองและเยาวชนดังกล่าวมาให้ถ้อยคำ เพื่อพิจารณาหาเหตุสมควรให้ผู้เสียหายฟ้องหรือไม่

นายเทพชัยกล่าวว่า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ตรวจสอบคำสัมภาษณ์ของเยาวชนนักข่าวพลเมืองคนดังกล่าวแล้ว และมีความเห็นว่าการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงความเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจและเพื่อเป็นการปกป้องชุมชน ซึ่งเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะที่จะปกป้องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน แต่ถ้าหากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เห็นว่าความเห็นของเยาวชนคนดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง บริษัทก็ควรชี้แจงหรือให้ข้อมูลแก่สาธารณะเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องแทนที่จะเลือกใช้วิธีการฟ้องร้องทางกฎหมาย

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเสนอข่าวสารเพื่อประโยชน์สาธารณะหวังว่าบริษัท ทุ่งคำ จำกัด จะเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เยาวชนมีจิตสาธารณะและมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมและมีส่วนร่วมในการปกป้องชุมชนของตัวเอง ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงขอเรียกร้องให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทบทวนการฟ้องร้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองเยาวชนคนดังกล่าว

นายเทพชัยกล่าวว่า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ยังขอให้ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย พิจารณากรณีนี้บนพื้นฐานของการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและเพื่อปกป้องวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน อย่างไรก็ตาม ถ้าหากกรณีนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย นายเทพชัยยืนยันว่าสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พร้อมจะร่วมมือกับสภาทนายความและองค์กรวิชาชีพสื่ออื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เยาวชนผู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่

กลับขึ้นด้านบน