มูลนิธิเมาไม่ขับเสนอรัฐใช้มาตรการเมาขับจับยึดรถต่อเนื่องตลอดปี

มูลนิธิเมาไม่ขับเสนอรัฐใช้มาตรการเมาขับจับยึดรถต่อเนื่องตลอดปี

มูลนิธิเมาไม่ขับเสนอรัฐใช้มาตรการเมาขับจับยึดรถต่อเนื่องตลอดปี

รูปข่าว : มูลนิธิเมาไม่ขับเสนอรัฐใช้มาตรการเมาขับจับยึดรถต่อเนื่องตลอดปี

มูลนิธิเมาไม่ขับเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการเมาขับจับยึดรถตลอดทั้งปี เนื่องจากเห็นว่าสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้ โดยตัวเลขที่มีการเปิดเผยในช่วง 9 วันของเทศกาลปีใหม่ พบมีการยึดรถมากถึง 3,046 คันและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจำนวนมาก

ภายหลังที่ คสช.มีมาตรการควบคุมผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้ขับรถ โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถไว้ได้ ควบคู่ไปกับมาตรการเมาไม่ขับ โดยสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดดื่มแล้วขับขี่ตลอด 9 วัน ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค.2558 - 2 ม.ค.2559 เจ้าหน้าที่ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการไว้แล้ว 3,046 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 2,477 คัน รถยนต์ 569 คันและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทางถนนรวมกว่า 30,000 คน แยกเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 21,690 คน ผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 8,462 คน

 

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า มาตรการเมาแล้วขับยึดรถ เป็นมาตรการที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจในการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้กว่าร้อยละ 70 แต่สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น รัฐบาลจึงควรดำเนินมาตรการนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพราะอุบัติเหตุไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ 7 วันของช่วงเทศกาลปีใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบังคับใช้กฎหมายและมาตรการนี้อย่างเข้มงวด จึงจะสามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ จากสถิติมีผู้ประสบอุบัติเหตุปีละกว่า 24,000 คน โดยสาเหตุหลังมาจากการดื่มสุราและขับรถ

นพ.แท้จริง ระบุอีกว่า ที่ผ่านมาในแต่ละรัฐบาลไม่เคยพบการเอาจริงเอาจังในการออกมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเหมือนรัฐบาลชุดนี้ จึงมองว่าครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนและเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเห็นความสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีฝากขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันดำเนินงานมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง แม้จำนวนอุบัติเหตุจะยังมีมาก แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่

สำหรับมาตรการดื่มไม่ขับจับยึดรถ ถือเป็นมาตรการที่น่าพอใจ มีเป้าหมายเพื่อการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งได้รับเสียงชื่นชมจากองค์กรด้านสุขภาพและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก ถือเป็นมาตรการใหม่ที่ไม่เคยมีการนำมาใช้ ที่สำคัญการตรวจยึดรถของผู้ขับขี่ที่ดื่มสุราและมีพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ยังทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในรถ เช่น อาวุธ ยาเสพติดและขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดและเครือข่ายได้ด้วย จึงถือเป็นมาตรการที่สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและดูแลความสงบเรียบร้อย รวมทั้งยับยั้งเหตุรุนแรงในหลายมิติไปพร้อมกัน

สำหรับมาตรการนี้รัฐบาลจะพิจารณานำมาใช้อย่างต่อเนื่องในทุกเทศกาลที่มีวันหยุดยาว เช่น เทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทุกคนทุกฝ่ายในสังคมจะต้องร่วมมือกันและแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน

กลับขึ้นด้านบน