นักอนุรักษ์เร่งช่วยอุรังอุตังในอินโดฯ เสี่ยงขาดอาหารตาย

นักอนุรักษ์เร่งช่วยอุรังอุตังในอินโดฯ เสี่ยงขาดอาหารตาย

นักอนุรักษ์เร่งช่วยอุรังอุตังในอินโดฯ เสี่ยงขาดอาหารตาย

รูปข่าว : นักอนุรักษ์เร่งช่วยอุรังอุตังในอินโดฯ เสี่ยงขาดอาหารตาย

นักอนุรักษ์ในอินโดนีเซียออกช่วยเหลืออุรังอุตัง ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการหาอาหารเลี้ยงปากท้อง หลังไฟป่าครั้งเลวร้ายเมื่อปี 2558 ได้เผาผลาญผืนป่าบ้านและแหล่งอาหารของฝูงลิง เป็นความพยายามที่จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้อุรังอุตังที่ใกล้จะสูญพันธุ์เหล่านี้

ป่าดิบที่เคยรกทึบริมฝั่งแม่น้ำมังกูทับ ตอนกลางของเกาะกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย เหลือเพียงลำต้นสีดำ เพราะถูกไฟป่าเผาผลาญอย่างรุนแรงเมื่อปี 2558

ผืนป่าแถบนี้เป็นบ้านของ "อุรังอุตัง" สัตว์ที่เสี่ยงสูญพันธุ์จากการลักลอบตัดไม้และถูกล่า วิกฤตไฟป่าเมื่อปีที่แล้วจึงกลายเป็นปัญหาซ้ำเติม

ด้วยสาเหตุนี้ กลุ่มนักอนุรักษ์อุรังอุตังจากเขตอนุรักษ์พันธุ์อุรังอุตังบนเกาะกาลิมันตันกลาง และมูลนิธิเพื่อการอยู่รอดของอุรังอุตังบอร์เนียว จึงร่วมมือกันออกติดตามอุรังอุตัง เพื่อช่วยเหลือพวกมันออกจากป่าที่ไร้อาหาร

สมาชิกในทีมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่เทคนิค และสัตวแพทย์ พวกเขาต้องขับรถฝ่าเส้นทางป่าที่ถูกเผานาน 3 ชั่วโมง ก่อนล่องเรือหาอุรังอุตังกว่า 30 ตัว ที่คาดว่าอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว

"ป่าริมแม่น้ำมังกุทับถูกทำลายเพราะไฟป่า ทำให้อุรังอุตังหาอาหาร ซึ่งเป็นอันตรายต่อพวกมันมาก" อาห์หมัด ซาโยโกะ หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลืออุรังอุตัง ระบุ

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะต้นไม้ที่ถูกเผายืนต้นตาย เมื่ออุรังอุตายหาใบไม้ หรือลูกไม้กินไม่ได้ พวกมันอาจออกจากป่าเพื่อไปหาอาหารกินในถิ่นอาศัยของคน ปัญหาก็ยิ่งลุกลาม

ส่วนวิธีการช่วยเหลือ ทีมงานจะยิงลูกดอกยาสลบใส่อุรังอุตังที่พบ และค่อยๆ นำตัวลงจากต้นไม้ โดยพวกเขาต้องเคลียร์พื้นที่ด้านล่างไว้ เพื่อ ระวังป้องกันไม่ให้ได้รับอันตราย หากอุรังอุตังตกจากต้นไม้ระหว่างกระบวนการช่วยเหลือ

เมื่อลงถึงพื้น หัวหน้าสัตวแพทย์จะตรวจอุณหภูมิและอัตราเต้นของหัวใจ ตรวจฟันเพื่อประเมินอายุ เก็บตัวอย่างเลือด และฝังชิพติดตามตัวเข้าไปใต้ผิวหนัง จากนั้นจึงนำตัวอุรังอุตังขึ้นเรือ ใส่กรงชั่วคราว เพื่อเตรียมพาไปปล่อยยังป่าอีกแห่ง ซึ่งเป็นบ้านใหม่ในเขตมันทังไกและบากันตัง มีแหล่งอาหารตามธรรมชาติอย่างเพียงพอ และได้รับการปกป้องจากพวกลักลอบตัดไม้ ซึ่งไกลจากจุดเดิมราว 80 กิโลเมตร

มาริออส ทังกัง หัวหน้าสัตวแพทย์ที่ตรวจอาการอุรังอุตัง บอกว่า อุรังอุตังที่พบบางตัว ตาเป็นต้อจนมองไม่เห็นแล้ว เรายังพบว่าบางตัวตาแตกเพราะถูกยิง บางตัวขาดสารอาหารอย่างหนัก

อย่างไรก็ดี ทางกลุ่มอนุรักษ์อุรังอุตังหวังว่า จะช่วยอุรังอุตังให้ได้วันละ 2-3 ตัว ในระยะ 10 วัน ที่ลงพื้นที่

ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ทำต่อเนื่อง เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2558 โดยทีมสามารถช่วยเหลืออุรังอุตังได้ถึง 39 ตัว จากผืนป่าเขตมังกุทับ ใกล้ๆ กับแม่น้ำมันทังไก ซึ่งเสียหายอย่างหนักจากไฟป่าเช่นกันแต่น่าเสียดาย ที่ทีมไม่สามารถช่วยเหลือพวกมันได้ทั้งหมด เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง

"ปัญหาคือระยะทางที่อยู่ห่างจากจุดปล่อยอุรังอุตัง และข้อจำกัดเรื่องการคมนาคม เราเลยไม่สามารถช่วยพวกมันได้ทั้งหมดเพราะเราขนย้ายพวกมันในแต่ละครั้งได้ไม่กี่ตัว” อาห์หมัด ซาโยโกะ หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลืออุรังอุตัง กล่าว

การล่องเรือใช้เวลา 6 ชั่วโมง ก็ถึงจุดปล่อยอุรังอุตังบ้านใหม่ของทั้ง 3 ตัว โดยทันทีที่ปล่อยพวกมันต่างไม่ลังเลและปีนขึ้นต้นไม้สูงใหญ่ ท่ามกลางความหวังของทีมช่วยเหลือว่าพื้นที่นี้จะเป็นที่อยู่ที่ปลอดภัย ที่ทำให้ความพยายามของพวกเขาคุ้มค่า

แม้ทีมจะฝังชิพติดตามตัวไว้ แต่ทว่างานของพวกเขาสิ้นสุดลงแค่นี้ พวกเขาไม่มีกำลังคนและกำลังทรัพย์เพียงพอจะติดตามการใช้ชีวิตของอุรังอุตัง

สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ประเมินว่าจำนวนอุรังอุตังธรรมชาติบนเกาะบอร์เนียว ลดลงถึงร้อยละ 50 ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจากการสูญเสียที่อาศัย เนื่องจากการขยายพื้นที่ทำการเกษตร เช่น การปลูกปาล์มน้ำมัน การทำป่าไม้ และไฟป่า นอกจากนี้การลักลอบล่าอุรังอุตังเพื่อขายเป็นสัตว์เลี้ยง ก็เป็นภัยคุกคามสำคัญสำหรับประชากรอุรังอุตังโลก

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน