ผู้นำสหรัฐฯ ประณามผู้ฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ในเหตุจลาจลบัลติมอร์

ผู้นำสหรัฐฯ ประณามผู้ฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ในเหตุจลาจลบัลติมอร์

ผู้นำสหรัฐฯ ประณามผู้ฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ในเหตุจลาจลบัลติมอร์

รูปข่าว : ผู้นำสหรัฐฯ ประณามผู้ฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ในเหตุจลาจลบัลติมอร์

ผู้นำสหรัฐฯ ประณามผู้ฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ในเหตุจลาจลบัลติมอร์ กระแสความไม่พอใจการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจสหรัฐฯ ทำให้เกิดการประท้วงอีกครั้ง โดยครั้งนี้เกิดขึ้นในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ ซึ่งการประท้วงได้ลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจลทำให้ทางการต้องส่งเจ้าหน้าที่มากกว่า 5,000 นายเข้าไปควบคุมสถานการณ์

ผู้ประท้วงที่ส่วนใหญ่เป็นคนผิวสี เผชิญหน้ากับทหารจากกองกำลังป้องกันประเทศ หรือเนชั่นแนล การ์ด ซึ่งต่อมาการประท้วงที่เริ่มต้นอย่างสันติกลายเป็นเหตุจลาจล มีคนบางส่วนฉวยโอกาสนี้ปล้นสดมภ์ทรัพย์สินตามร้านค้าและจุดไฟเผารถยนต์ 144 คัน โดยตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุมากกว่า 200 คน

ผู้ว่าการรัฐแมรี่แลนด์ ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและกำหนดเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 22.00 - 05.00 น.ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ พร้อมส่งทหารจากกองกำลังเนชั่นแนล การ์ด 5,000 นายเข้ามาควบคุมสถานการณ์

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประณามผู้ที่ฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ทรัพย์สินตามร้านค้าและจุดไฟเผารถยนต์ว่า ทำตัวราวกับเป็นอาชญากรและสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การประท้วงแต่เป็นการปล้นสดมภ์ โดยฝีมือของคนเพียงไม่กี่คน พร้อมตำหนิการรับมือของทางการว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว

การประท้วงในครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2558 หลังเสร็จสิ้นพิธีศพของนายเฟรดดี้ เกรย์ ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ที่เสียชีวิตในระหว่างที่ถูกตำรวจจับกุมตัว หลังอยู่ในอาการโคม่านานร่วมสัปดาห์ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่บริเวณกระดูกสันหลังและต้นคอ ถึงแม้ว่าจะมีการสั่งพักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมไปแล้วทั้ง 6 นาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสความไม่พอใจลดลง


กลับขึ้นด้านบน