เตรียมอกหมายจับ"ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง" คดีขับรถชน"ตำรวจ"เสียชีวิต

เตรียมอกหมายจับ"ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง" คดีขับรถชน"ตำรวจ"เสียชีวิต

เตรียมอกหมายจับ"ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง" คดีขับรถชน"ตำรวจ"เสียชีวิต

รูปข่าว : เตรียมอกหมายจับ"ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง" คดีขับรถชน"ตำรวจ"เสียชีวิต

เตรียมอกหมายจับ วันนี้ (3 ก.ย.) อัยการจะแจ้งพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับทายาทเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ หลังมีการยื่นขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหามาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุด เมื่อวานนี้ ผู้ต้องหามอบให้ทนายความ นำใบรับรองแพทย์มาขอเลื่อนรับฟังคำสั่งศาล ซึ่งตามกรอบเวลาแล้ว หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมายเมื่อวานนี้ จะส่งผลให้คดีขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด หมดอายุความ

นายธนิต  บัวเขียว ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทนักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ก่อเหตุขับรถพุ่งชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต โดยลากศพไปไกลกว่า 200 เมตร บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 49 ช่วงเช้ามืดวันที่ 3 กันยายน 2555 นำใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาลในประเทศสิงคโปร์  มาแสดงต่ออัยการคดีพิเศษ อาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอเลื่อนเข้าฟังคำสั่งคดี

โดยทนายอ้างว่า ขณะนี้นายวรยุทธพักรักษาตัวอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่กะทันหัน ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยนำใบรับรองแพทย์โรงพยาบาลย่านปทุมธานีมาให้อัยการเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา และนายวรยุทธได้เดินทางไปติดต่อเรื่องธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยครั้งแรก คิดว่าจะสามารถเดินทางกลับและมาพบอัยการได้ทันวันที่ 2 กันยายน แต่เมื่อป่วยกะทันหัน จึงต้องรักษาอาการ ซึ่งแพทย์ได้ให้ความเห็นว่า จะต้องพักรักษาตัวก่อนอีกประมาณ 2-3 วัน แล้วจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อพบอัยการ

ส่วนที่นำเอกสารมาแจ้งต่ออัยการล่าช้า เพราะต้องใช้เวลาประสานนำเอกสารจากประเทศสิงคโปร์มาเพื่อยื่นต่ออัยการ ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบเลี่ยง การไม่มาพบพนักงานอัยการของนายวรยุทธส่งผลให้  อัยการไม่สามารถสั่งฟ้อง 1 ใน 3 ข้อหาได้ นั่นคือ ข้อหา ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งจะหมดอายุความในวันนี้ (3 ก.ย.) ส่วนอีก 2 ข้อหาที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง คือความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้  นายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เปิดเผยว่า จะทำหนังสือถึงอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เพื่อให้พิจารณามีคำสั่งว่าจะให้นำตัวมาฟ้อง 2 ข้อหาที่เหลือเมื่อใด ซึ่งในการฟ้องคดีอัยการจะระบุท้ายฟ้องด้วยว่า ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี เลื่อนนัดอัยการหลายครั้ง

โดยในวันนี้ (3 ก.ย.) อัยการจะแจ้งพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับนายวรยุทธ เพื่อติดตามตัวมาส่งฟ้องข้อหาที่เหลือ ซึ่งหากออกหมายจับแล้ว เมื่อพบผู้ต้องหาที่ใดก็สามารถจับกุมตัวได้ทันที ส่วนกรณีใบรับรองแพทย์ที่นำมายื่น ยังไม่ได้ตรวจสอบและยังไม่ได้ตรวจสอบว่า นายวรยุทธเดินทางออกนอกประเทศจริงหรือไม่


กลับขึ้นด้านบน