"กรมป่าไม้" กางแผนดับไฟป่า หลังพบจุดความร้อน 446 จุด

"กรมป่าไม้" กางแผนดับไฟป่า หลังพบจุดความร้อน 446 จุด

"กรมป่าไม้" กางแผนดับไฟป่า หลังพบจุดความร้อน 446 จุด

รูปข่าว : "กรมป่าไม้" กางแผนดับไฟป่า หลังพบจุดความร้อน 446 จุด

กรมป่าไม้ งัดแผนดับไฟป่าปี 2562 พบพื้นที่เสี่ยง อ.แม่สอด จ.ตาก แนวโน้มความถี่ไฟป่าค่อนข้างสูง ขณะที่ภาพรวมพบช่วงวันที่ 1 ต.ค.-16 พ.ย.นี้ พบจุดความร้อนเพียง 446 จุดลดลงกว่าปี 2560 พร้อมสร้างเครือข่ายระดับชุมชนช่วยสกัดไฟป่า ตั้งเป้าปี 2562 ปัญหาต้องลดลง

วันนี้ (6 ธ.ค.2561) นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ช่วงเดือนก.พ.-พ.ค.ของทุกปี พื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกจังหวัด จะประสบกับปัญหาไฟป่า โดยระหว่างปี 2559-2561 พบพื้นที่ที่เคยได้รับความเสียหายมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่ไม่มีไฟป่าเกิดขึ้นอีก เมื่อพิจารณาจากจุดความร้อน (Hotspot) พบสถานการณ์ไฟป่าบรรเทาลงชัดเจน คิดเป็นร้อยละ 62

ทั้งนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมในปี 2561 พบจุดความร้อน จำนวน 16,683 จุด และล่าสุดระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-16 พ.ย.ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนจำนวน 446 จุด มีความถี่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2561 แม้ว่าแนวโน้มจำนวนลดลง แต่กรมป่าไม้ไม่อาจนิ่งนอนใจต่อสถานการณ์

 

 

นายอรรถพล กล่าวว่า  ขณะนี้ทำแผนการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขควบคุมไฟป่าเแบ่งเป็น 4 แนวทางสำคัญ ดังนี้ ก่อนเกิดไฟป่า ช่วงปลายเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้ ก่อนถึงเดือนม.ค.-ก.พ.2562 ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงบนหลักวิชาการตามหลักวิชาการควบคุมไฟป่า บริเวณไหนเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดไฟไหม้เป็นประจำทุกปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดำเนินการทำแนวกันไฟ พร้อมจัดการเชื้อเพลิง บริเวณใดที่พบจะเกิดไฟป่าแน่นอน ต้องใช้วิธีชิงเผา หรือการเผาไหม้บางเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ เพื่อกักไฟบรรเทาความรุนแรงไฟป่าเมื่อจะเข้าสู่ช่วงไฟป่า

กรมป่าไม้ สนับสนุนงบป้องกันไฟป่าชุมชนละ 50,000 บาทไปแล้ว 500 กว่าชุมชนทั่วประเทศ รวม 1,024 เครือข่าย ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ทางภาคเหนือ

โดยกรมป่าไม้จะให้ชุมชนที่มีพื้นที่ติดกับไฟป่าและต้นตอปัญหาไฟป่าเข้าร่วมเป็นเครือข่าย พร้อมประสานความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การเกิดบูรณาการและส่งเสริมการมีส่วนร่วม เกิดเป็นชุดดับไฟป่าที่มาจากการประสานพลังภายในชุมชน

 

กำชับห้ามเผาช่วงฤดูไฟป่า

นายอรรถพล กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงไฟป่า จะต้องกำหนดพื้นที่ห้ามไม่ให้มีการเผาในแต่ละจังหวัด โดยพิจารณาจากความถี่การเกิดไฟป่าเพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่า โดยประกาศการหยุดไม่ให้เผา เมื่อเผาจะผิดกฎหมายและข้อบัญญัติ โดยช่วงนี้จะห้ามเผาเด็ดขาดจนถึงฤดูไฟป่า ระหว่างนี้ต้องมีการเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ทุกระดับเพื่อพร้อมเผชิญเหตุอย่างรวดเร็วและสามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในปี 2560 เริ่มจัดตั้งวอร์รูมเพื่อจัดการไฟป่านำร่องนำร่องหลายจังหวัด ซึ่งจะช่วยให้บริหารจัดการควบคุมไฟป่าระยะยาวดำเนินการได้มีประสิทธิภาพ  เช่น การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ การเตรียมพร้อมอุปกรณ์ และใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเข้าพื้นที่และเตรียมการยานพาหนะลงพื้นที่ดับเพลิง ทำให้การประสานรวดเร็วขึ้น หากอยู่ในระดับปกติกองกำลังชุดดับไฟป่าจะเป็นผู้เข้าควบคุมสถานการณ์ แต่ถ้าถึงขั้นรุนแรงและวิกฤต ไฟเกิดลุกลามหลายพื้นที่จะประสานระดับภาคและส่วนกลาง และขอหน่วยงานสนับสนุน เช่น กองทัพอากาศ กองทัพบก เข้ามาสนับสนุนภารกิจ

 

ตั้งเป้า 2562 ไฟป่าลดลงกว่าทุกปี

นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนช่วงหลังไฟป่าซึ่งจะเป็นช่วงรอยต่อ แต่ละจังหวัดจะประกาศช่วงห้ามเผา ระหว่างนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หลายปีที่ผ่านมาพบปัญหาการเผาพื้นที่พร้อมกัน ดังนั้นจะใช้วิธีการจัดระเบียบการเผา หากผู้ใดจะเผาต้องอยู่ในการควบคุมก่อนเพื่อไม่ให้เกิดหมอกควันและค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตราฐาน

โดยการจัดระเบียบการเผาจะมีต้องทำก่อนและหลังห้ามการเผา และการประเมินสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้จะจัดทำรายงานเป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค เพื่อนำไปสู่การกำหนดแผนสำหรับปีต่อไป

ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังปีนี้ คืออ.แม่สอด จ.ตาก เนื่องจากที่ผ่านมาความถี่ไฟป่าค่อนข้างสูงและมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมากทั้งนี้ ตั้งเป้าให้ปี 2562 มีสถิติลดลงมากกว่าทุกปี โดยตัวชี้ไม่ควรเกินปีที่ผ่านมา

 

กลับขึ้นด้านบน