"วิเชียร" ยืนยันเสือโคร่งขวางถนนไม่ใช่ "เสือเลี้ยง"

"วิเชียร" ยืนยันเสือโคร่งขวางถนนไม่ใช่ "เสือเลี้ยง"

"วิเชียร" ยืนยันเสือโคร่งขวางถนนไม่ใช่ "เสือเลี้ยง"

รูปข่าว : "วิเชียร" ยืนยันเสือโคร่งขวางถนนไม่ใช่ "เสือเลี้ยง"

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ยืนยัน "เสือโคร่ง"ที่ยืนขวางทางสองสามีภรรยา ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับหมู่บ้าน ผ่านป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นเสือตามธรรมชาติ ไม่ใช่เสือเลี้ยงจากวัดหลวงตาบัวที่มีกระแสข่าวนำมาปล่อย

กรณีคลิปชาวบ้าน 2 คนปีนขึ้นต้นไผ่หนีเสือโคร่งที่เจอในเขตป่าทุ่งใหญ่ พร้อมกับถ่ายคลิปนานกว่าครึ่งชั่วโมง จนเกิดเป็นกระแสในโซเชียล และวิจารณ์ว่าเป็นเสือโคร่งจากวัดหลวงตาบัว จ.กาญจนบุรี 

วันนี้ (15 พ.ค.2562) นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก กล่าวว่า ปกติเสือโคร่ง จะปรากฏตัวให้คนเห็นนั้นน้อยมาก เพราะเสือมีสัญชาตญาณในการหลบหลีก ส่วนใหญ่หากมีคนเข้าไปใกล้ จะรีบหนีก่อนที่เราจะเห็น

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ยังคงยืนยันว่าเสือโคร่งขนาดใหญ่ ที่ยืนขวางทางสองสามีภรรยา ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับหมู่บ้าน ผ่านป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นเสือตามธรรมชาติ ไม่ใช่เสือเลี้ยงที่ถูกนำมาปล่อย

เสือโคร่งที่ชาวบ้านสองสามีภรรยาชาวกะเหรี่ยง พบยืนขวางถนน เป็นเสือตามธรรมชาติของจริง ไม่ใช่เสือวัดหลวงตาบัวตามที่มีกระแสข่าว

เพราะหากนำเสือวัดหลวงตาบัวมาปล่อยไว้ในผืนป่าจริง จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เนื่องจากหากินเองไม่เป็น แต่ไม่สามารถเปิดเผยแหล่งที่อยู่อาศัย และหากินของเสือเหล่านี้ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจากกลุ่มนักล่า

 

ชาวบ้านเชื่อเสือจากวัดหลวงตาบัว

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงเชื่อว่าเสือตัวดังกล่าว เป็นเสือเลี้ยงที่นำมาปล่อย เพราะหากเป็นเสือในธรรมชาติจริง จะดุร้าย และไม่ยืนเผชิญหน้าคนแบบนี้ นายทักษิณ คำวรรณ ชาวบ้านทิพุเย บอกว่า  เคยได้ยินหลายปีแล้วว่าเอาเสือมาปล่อย

เคยได้ยินว่าเอามาปล่อย และฝังไมโครชิฟไว้ เพราะถ้าเสือในธรรมชาติมันจะต้องหนี

 

 

สอดคล้องกับนาย ชนะชัย ทองผาภูมิสุจริต  อดีตนายพรานชาวกะเหรี่ยง วัย 67 ปี ที่คุ้นเคยกับพื้นที่ เปิดเผยว่า ปกติเสือจะไม่ทำร้ายคน หากใครโดนเสือทำร้าย หรือเสือกัดตาย ชาวบ้านที่นี่จะเชื่อว่าเป็นคนไม่ดี ปกติเสือจะไม่ปรากฎตัวให้เห็น ส่วนวิธีปีนขึ้นกอไผ่เพื่อหนีเสือ เป็นวิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากเสือไม่สามารถปีนต้นไผ่ได้

แถวพื้นที่มีสัตว์ป่าหลายชนิดทั้งกระทิง เสือจะไม่ทำร้ายใคร หากมนุษย์ไม่ไประรานก่อนชาวบ้านไปก็ยังเจออยู่ เขามีคาถาอยู่ต้นไม้ก็ขึ้นไม่ได้

ขณะเดียวกัน นางสาวสุปราณี พนาสุขสันต์ ครูจากโรงเรียนบ้านหินตั้ง ซึ่งนำเหตุการณ์ดังกล่าว ลงในเฟซ บุ๊ก ชื่อว่า book Za Sooksun ยืนยันว่า ผู้ที่พบเสือโคร่งยืนขวางทาง จนต้องรีบหนี้ขึ้นต้นไผ่ คือนางโป๊ะเช๊ะ ชาวบ้านองหลุ อำเภอศรีสวัสดิ์ กับสามีชื่อนายตู่ตี่ ไม่ใช่ตัวเองตามเป็นข่าวก่อนหน้านี้

นอกจากนี้มีรายงานว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่  จะทำเรื่องเสนอไปถึงกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช ให้พิจารณาสั่งปิดเส้นทางลำลองเข้า-ออกประมาณ 6 เดือน เพื่อธรรมชาติฟื้นฟูในช่วงฤดูฝน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! ครูโพสต์นาทีเจอ "เสือโคร่ง"กลางป่าทุ่งใหญ่ เผ่นหนีขึ้่นต้นไผ่

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน