เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี "บรรจบ นามวิเศษ"ส.ว.บุรีรัมย์คนแรก

เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี "บรรจบ นามวิเศษ"ส.ว.บุรีรัมย์คนแรก

เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี "บรรจบ นามวิเศษ"ส.ว.บุรีรัมย์คนแรก

รูปข่าว : เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี "บรรจบ นามวิเศษ"ส.ว.บุรีรัมย์คนแรก

คนแรก! ศาลฎีกา คดีเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง10 ปี นายบรรจบ นามวิเศษ ผู้สมัคร ส.ว.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ หลังกกต.พบพฤติการณ์ในการโทรศัพท์ให้ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มเดียวกันช่วยลงคะแนน และจะจ่ายเงินค่าสมัคร ส.ว.คืนให้ เข้าข่ายทุจริต

วันนี้ (22 พ.ค.2562) ที่แผนกคดีเลือกตั้ง ศาลฎีกา สนามหลวง เมื่อเวลา 14.00 น. องค์คณะแผนกคดีเลือกตั้ง ได้นัดฟังคำสั่ง คดีหมายเลขดำ ลต.(ส.ว.) 2/2562 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้อง ยื่นขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยและมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของ นายบรรจบ นามวิเศษอายุ 60 ปี อาชีพรับราชการ ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นผู้สมัครรับคัดเลือกเป็น ส.ว.อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์

โดยชั้นพิจารณาของศาลนายบรรจบ ผู้คัดค้าน ไม่ยื่นคำคัดค้านศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไต่สวนและตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า นายบรรจบ ผู้คัดค้าน เป็นผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว.อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ กลุ่มการศึกษาและสาธารณสุข ต่อมา ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

โดยพบว่าเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2561 เวลาประมาณ 10.00 น. นายบรรจบ ผู้คัดค้าน ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. หญิงคนหนึ่ง ในจ.บุรีรัมย์ กลุ่มเดียวกัน และพูดคุยในลักษณะชักชวนให้ไปลงคะแนนเสียงให้ โดยจะคืนค่าสมัครให้ โดยผู้สมัครหญิงคนนั้นได้เปิดคลิปเสียงสนทนาดังกล่าวให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด และได้รายงานต่อกกต.

ซึ่ง กกต.ไต่สวนแล้ว เห็นว่าการกระทำของนายบรรจบ ผู้คัดค้าน เป็นการสัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2561 มาตรา 77 (1 ) ทำให้การเลือกตั้ง ส.ว.ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีคำสั่งให้ระงับสิทธิสมัครเลือกตั้ง ส.ว.ของ นายบรรจบ ผู้คัดค้านไว้เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 1 ปีตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 224 (4) และ มาตรา 225 ส่วนการกระทำของนายบรรจบ ผู้คัดค้าน เป็นการทำให้การเลือก ส.ว. ไม่ได้เป็นไปด้วยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่นั้น

ศาลฎีกา เห็นว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ฯ มาตรา 61 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 226 ววรคสาม บัญญัติว่า ก่อนการประกาศผลถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง กระทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

โดยข้อเท็จจริง ได้ความจากการไต่สวนว่า ก่อนมีการเลือก ส.ว.ระดับจังหวัด นายบรรจบ ผู้คัดค้าน โทรศัพท์ไปหาบุคคลคนหนึ่งแล้วพูดว่า "ให้ไปลงคะแนนให้ผมระดับจังหวัด เดี๋ยวผมจะให้ค่าสมัครคืน... ซึ่งข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า ในการเลือก ส.ว.ระดับจังหวัดหากบุคคลนั้นเลือกนายบรร จบ ก็จะให้ผลประโยชน์ตอบแทน โดยจะจ่ายเงินจำนวนเท่ากับค่าสมัครคืนให้ อันเป็นการจูงใจให้เลือก นายบรรจบ  และเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครรายอื่นทำให้เจตนารมณ์ของการเลือก ส.ว. ที่ต้องการคนดี และบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์อาชีพหรือทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคมเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในวุฒิสภานั้นต้องเสียไป

การกระทำของ นายบรรจบ จึงเป็นการสัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนให้แก่ตน อันมีผลทำให้การเลือก ส.ว.ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม นายบรรจบ จึงต้องถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 226 วรรคสาม และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ฯ มาตรา 61 วรรคสอง

จึงพิพากษา ให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของ นายบรรจบ นามวิเศษผู้สมัคร ส.ว.เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา (22 พ.ค.62)

สำหรับการอ่านคำสั่งวันนี้ คงมีเพียงผู้แทนฝ่ายผู้ร้อง ที่เดินทางมารับทราบคำสั่งศาล ส่วนนายบรรจบ ผู้คัดค้านไม่ได้เดินทางมาศาล

กลับขึ้นด้านบน