ห้ามสถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธผู้ป่วยโรคเมอร์ส

ห้ามสถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธผู้ป่วยโรคเมอร์ส

ห้ามสถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธผู้ป่วยโรคเมอร์ส

รูปข่าว : ห้ามสถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธผู้ป่วยโรคเมอร์ส

ห้ามสถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธผู้ป่วยโรคเมอร์ส อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ห้ามสถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งปฏิเสธผู้ป่วยต้องสงสัยโรคเมอร์ส โดยให้รับเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัย รักษาและส่งต่อผู้ป่วยตามขั้นตอนโรคติดต่อร้ายแรง ขณะที่อาการของผู้หญิงชาว จ.บุรีรัมย์ ที่นั่งใกล้กับผู้ป่วยโรคเมอร์สชาวโอมานบนเครื่องบิน ยังคงมีอาการปกติหลังผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ แต่ต้องเฝ้าระวังต่ออีก 1 สัปดาห์

ตัวแทนโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกว่า 200 แห่ง ประชุมวางแนวทางวินิจฉัย เฝ้าระวังและส่งต่อผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า สถานพยาบาลเอกชนหลายแห่งเป็นจุดสำคัญที่รองรับผู้คนจากประเทศแถบตะวันออกกลางที่เป็นพื้นที่การระบาดของโรคเมอร์ส เข้าใช้บริการ จึงต้องชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ยืนยันว่าสถานพยาบาลมีความพร้อมหากพบผู้ต้องสงสัยมีอาการไข้ ไอ จาม ขอให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งตรวจคัดกรองโรค โดยเฉพาะหากมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ต้องจัดแยกผู้ป่วยในห้องแยกโรค เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลต้องปฏิบัติตามระบบดูแลผู้ป่วยติดเชื้อทุกขั้นตอนให้เกิดความปลอดภัย พร้อมแจ้งกรมควบคุมโรคดำเนินการส่งต่อผู้ป่วยและวินิจฉัยต่อไป

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากสถานพยาบาลเอกชนว่ามีผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยโรคเมอร์ส แต่ก็ไม่ประมาท พร้อมประสานให้นายแพทย์สาธารณสุขทุกจังหวัดเร่งทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติให้กับสถานพยาบาลเอกชนในพื้นที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว

พร้อมเน้นย้ำว่าหากมีผู้ป่วยต้องสงสัยเข้ามาใช้บริการ สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งห้ามปฏิเสธการรักษาทุกกรณี หรือส่งต่อผู้ป่วยโดยไม่แจ้งมายังส่วนกลาง หากไม่ปฏิบัติตามถือเป็นความผิดในการดูแล ป้องกันโรคติดเชื้อร้ายแรง ซึ่งมีโทษอาจถึงขั้นปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาล ตามกฎหมายโรคติดต่อปี 2523 และกฎหมายสถานพยาบาลปี 2541

ด้านเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ภายในสถานีรถไฟ จ.หนองคาย ใช้เครื่องเทอร์โมสแกนสุ่มตรวจวัดอุณภูมินักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกประเทศผ่านการโดยสารทางรถไฟ เส้นทางหนองคาย-ท่าแล้ง เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคเมอร์ส

เช่นเดียวกับที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมโรคติดต่อยังคงตั้งด่านตรวจผู้โดยสารขาเข้าโดยใช้ช่องทางพิเศษผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน เพื่อตรวจวัดอุณภูมิร่างกาย พร้อมติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เฝ้าระวังการติดต่อ

ส่วนอาการหญิงสาววัย 38 ปีที่นั่งมาในเครื่องบินลำเดียวกันกับผู้ป่วยโรคเมอร์สชาวโอมาน ได้ถูกกักตัวเฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เป็นเวลา 14 วัน นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีไข้ ไอ จามและยังต้องกักตัวเฝ้าระวังอาการอีก 1 สัปดาห์ตามมาตรการควบคุมโรค


กลับขึ้นด้านบน