เลือกตั้ง 2562: ทิศทางปฏิรูปกองทัพ-ปฏิรูปตำรวจ

เลือกตั้ง 2562: ทิศทางปฏิรูปกองทัพ-ปฏิรูปตำรวจ

เลือกตั้ง 2562: ทิศทางปฏิรูปกองทัพ-ปฏิรูปตำรวจ

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562: ทิศทางปฏิรูปกองทัพ-ปฏิรูปตำรวจ

วันที่ 4 กับเวที 10 วัน 1000 นาที ชี้อนาคตประเทศไทย พูดคุยกับตัวแทน 4 พรรคการเมือง ในหัวข้อ "ปฏิรูปกองทัพ-ปฏิรูปตำรวจ" และปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ ทุกพรรคเห็นพ้องปฏิรูปทหาร-ตำรวจ ต้องออกจากการเมือง หนุนรับเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ

วันนี้ (27 ก.พ.2562) วันที่ 4 ไทยพีบีเอส จัดรายการ 10 วัน 1000 นาที ชี้อนาคตประเทศไทย พูดคุยกับแกนนำพรรคการเมือง 4 พรรคเกี่ยวกับทิศทาง "ปฏิรูปกองทัพ-ปฏิรูปตำรวจ" ปัญหาความรุนแรง สันติภาพจังหวัดชายแดนใต้

 

การปฏิรูปกองทัพ เป็นไปได้ในเชิงรูปธรรมหรือไม่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ เราต้องปฏิรูปทุกสว่นนราชการ จากรัฐรวมศูนย์ ต้องคืนอำนาจให้ประชาชน คนที่มีข้อมูลดีที่สุดคือชุมชนท้องถิ่น โดยทหาร เป็นตำแหน่งสำคัญของประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของข้าราชการ แต่จะทำอย่างไรให้ข้าราชการเป็นข้าราชการของประชาชน เพราะภาษีมาจากประชาชน

ทุกหน่วยงานต้องปฏิรูป พรรคมีความเห็นว่าการปฏิรูปที่สำคัญคือการกระจายอำนาจ แต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และอย่าละเมิดสิทธิมนุษยชน  

ส่วนพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  อันดับแรกจะทำอย่างไรให้กองทัพเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนจะปฏิรูปงบประมาณ โดยยึดหลักตามความเป็นจริง ที่ผ่านมาพรรคเคยลดงบกองทัพมาแล้ว ประการที่ 2 ลดกำลังพล แต่เพิ่มขีดความสามารถ 3.พรรคมีนโยบายในการรับสมัครใจรับสมัครทหาร 4ทำอย่างไรให้ทหารเป้นมืออาชีพดูแลชาติ-ประชาชน 

ต้องทำกองทัพให้ออกจากการเมือง และกองทัพประชาชนต้องตรวจสอบได้

ขณะที่ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ พรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า ในอดีตกองทำปฏิรูปตัวเองเป็นระยะ แม้จะหลงเข้าไปเปครื่องมือทางการเมืองในปี 2475  แต่เมื่อสงครามเย็นยุติลง กองทัพต้องฟังประชาชนไม่ว่าจะทำอะไร จะต้องฟังประชาชนตลอดเวลา กองทัพต้องอยู่ภายใต้การดูแลประชาชนและต้องเชื่อฟังประชาชน

ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู พรรคอนาคตใหม่ บอกว่า ควรตัดระบบอุปถัมภ์ในกองทัพ ตรวจสอบการใช้งบประมาณ และจะยกเลิกเกณทหารแบบปัจจุบัน แต่จะเปลี่ยนเป็นรับสมัคร

 

เหตุผลทำไมการปฏิรูปกองทัพถึงไม่เกิด

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ในสังคมไทยหน่วยงานที่ถูกปฏิรูปน้อยสุดคือกองทัพ และศาล และระบบราชการ ทำให้ระบบราชการไทยใหญ่มาก และที่ไม่สามารถปฏิรูปได้ ถ้าจะปฎิรูปจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้น จะมีอันเป็นไปจากรัฐบาลเลือกตั้ง 

โจทย์คือถ้าเรามีมิตรภาพ ทำไมเราต้องซื้ออาวุธอยู่เรื่อยๆ ทหารมีความสำคัญ แต่วันนี้ต้องดูบทบาทว่าอยู่ตรงไหน ทหารต้องมีวิธีคิดใหม่ ต้องมีหน้าที่ในรักษาประชาธิปไตย ไม่ใช่ทำลายประชาธิปไตย

ดังนั้น การปฏิรูปกองทัพ อยากให้กองทัพเป็นคนปฏิรูปเอง รวมทั้งตัดวงจรไม่ให้ทหารมายุ่งกับการเมือง 

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า หลักการประชาชนมาช่วยเปลี่ยนกองทัพ กระแสที่ประชาชนอยากให้เปลี่ยน เพราะอยากเลือกพรรคที่จะปฏิรูปกองทัพ หรือทหารที่ต้องเป็นทหารอาชีพ เพราะตอนนี้ทำหน้าที่รองการซื้ออาวุธแล้วถูกวิจารณ์ ต้องเปลี่ยนใหม่ ต้องให้สื่อมวลชน ประชาชนสมีส่วนร่วม อาวุธบางชิ้น ถ้าเทียบราคาเราถูกหลอก

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย มองว่า การปฏิรูปกองทัพลดน้อยลง ขณะนี้เรากำลังจะมีเลือกตั้ง ทุกคนจึงมองว่ารัฐบาลนี้ จะมาสืบทอดอำนาจ เราจึงต้องทำให้กองทัพออกจากการเมือง ไม่ต้องยุ่งเกี่ยว แต่จะเกี่ยวข้องได้ก็ต่อเมื่อจะลดกำลังพล หรือซื้ออาวุธ ก็มาให้ความเห็นกับรัฐบาล

ขณะที่ พล.ท.นันทเดช กล่าวว่า การปฏิวัติที่บ่นกัน ทหารมายุ่งกับเมืองการปฏิวัติปี 2549 และ 2557 ทุกคนด่าทหารมาก ทำไมทหารต้องยุ่งเกี่ยวการเมือง เพราะประชาชนกดดันให้ทหารออกมาปฏิวัติ 

ถ้าไม่โกง กองทัพไม่มีวันปฏิวัติ เพราะกองทัพปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว การที่ไปมองว่าเขาลดกำลังทหาร ลดงบประมาณทหาร ผมถามว่าเรามีนิวเคลียร์ เรามีดาวเทียมทหารหรือไม่ และถ้าไม่มีต้องใช้ทหารมาเฝ้าชายแดน

นอกจากนี้ ยังมองว่าระบบอุปถัมภ์ที่ไหนก็มี ยิ่งทหารสำคัญ ถ้าไม่เชื่อฟังกันก็เป็นผลให้การทำงานเกิดปัญหา เพราะทหารต้องถืออาวุธ

 

ยกเลิกเกณฑ์ทหาร รับสมัครแทน

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า  เราไม่ได้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และสมัครใจ ปลดราชการ 5 ปีจะมีทุนประกอบอาชีพ คนที่เขาพร้อม ย่อมดีกว่าคนถูกเกณฑ์ และเข้ามาได้เรื่องความรู้ ฝึกได้นานจะชดเชยกับ 2 ปีของคนจำนวนมาก

ผมไม่เชื่อว่าชายไทยจะเกรงกลัวทหาร แต่กลัวการละเมิดสิทธิในช่วงการฝึก

เช่นเดียวกับ พล.ท.นันทเดช ที่เห็นว่าคนเกณฑ์ทหาร เค้าไม่กลัวการเกณฑ์ทหาร แต่กลัวเรื่องนอกระบบ เราจึงควรเพิ่มเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย

แก้ปัญหาความมั่นคง ชายแดนใต้

พล.ท.นันทเดช กล่าวว่า ปัญหาชายแดนใต้เกิดมาตั้งแต่สัมยรัชกาลที่ 3 แต่กลับมารุนแรงในยุคของนายทักษิณ ชิินวัตร ที่ยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และย้ายทหารอกมาข้างนอก เอาตำรวจมาแทน เพื่อทำนโยบายปราบยาเสพติด และปราบปรามผู้มีอิทธิพล ทำให้คนชายแดนใต้อยู่ด้วยความหวาดกลัว จนสร้างกระบวนการป้องกันตัวเอง คนพวกนี้ไม่ใช้โจร แต่ประสบปัญหามาเรื่อย ต่อมาคนรุ่นเก่าหมด และมีคนรุ่นใหม่มาแทนเป็นโจรอาชีพ อบต.ไหนก็ต้องมีคนคุ้มครอง ถ้าเกิดปัญหาการเมืองขึ้น ภาคใต้จะเกิดปัญหา  

พล.ต.ต.วิชัย  ปัญหาภาคใต้สะสมมานาน วาทกรรมโจรภาคใต้คือโจรกระจอก การยุบศอ.บต.ให้แต่ละหน่วยงานดูแลกันเอง ภายหลังมีกลุ่มสนับสนุนจึงเกิดความรุนแรง และปชป.จะเอาคนมาร่วมส่วนร่วม และ 3 จังหวัดต้องเป็นพื้นที่ปกครองพิเศษ และอยู่ภายใต้รัฐบาล

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคมีนโยบายแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ เร่งเอาความปลอดภัยและความสุขกลับมา ใช้หลักความมั่นคง และความสุขเป็นเรื่องเดียวกัน รวมถึงความเชื่อมั่นในตัวบุคคลก็สำคัญ ต้องใช้คนใน จังหวัดแก้ปัญหาเอง มากกว่าคนหวังดีมาแก้ ไม่เช่นนั้นจะแก้ความมั่นคงภาคใต้ไม่ได้ เพราะมาถึงจุดเรื่องของความเชื่อมั่นในตัวบุคคล

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า  แก้ปัญหาโดยดึงประชาชน มีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการพูดคุย การสร้างพื้นที่ความปลอดภัยต้องเกิดขึ้นจริง และให้หลักประกันกับชาวพุทธ และมุสลิมอย่างเท่าเทียม หลักการสำคัญคือมีอำนาจของตัวเอง และมีความปลอดภัย

เรื่องกฎหมายพิเศษที่ละเมิดสิทธิมนุษชน และการปรากฎตัวของทหารมากเกินไป

 

แนวทางปฏิรูปตำรวจและหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ตำรวจอาจไม่ดีในสายตาประชาชน ซึ่งเสียเพราะคน ไม่ใช่องค์กร ขณะที่นักการเมืองที่ขึ้นมามีอำนาจก็ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ ดังนั้นจึงอยากปฏิรูปเรื่องคน โดยตำรวจต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างถูกต้องและประชาชนตรวจสอบได้

ยกตัวอย่างเรื่องที่มาของ ผบ.ตร. เพราะมาจากการแต่งตั้งของนายกฯ

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดเผยว่า พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับกฎหมายและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม วันนี้จะไม่ใช้กฎหมายเหนือความเป็นธรรม การปฏิรูปตำรวจต้องใช้ "4 ส 2 ต" คือ สอบสวน สายตรวจ สายสืบ สิทธิมนุษยชน แต่งตั้ง และตรวจสอบ

พร้อมกล่าวอีกว่า การแต่งตั้งตำรวจต้องใช้ระบบคุณธรรม เพราะหากใช้ระบบอุปถัมภ์จะทำให้เกิดความแตกแยก ดังนั้นก็ต้องดูแลตำรวจด้วย เพราะเป็นคนในกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องการความยุติธรรมมากกว่าการปฏิรูปโครงสร้าง

ด้าน พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แก้ไขแทบไม่ได้ เนื่องจากทุกรัฐบาลเข้ามาก็ใช้ตำรวจ เพราะง่ายต่อการควบคุม เมื่อเอาตำรวจมาใช้งานแล้ว ระบบก็รวน จึงอยากเสนอให้มีการแยกตำรวจที่ไม่เข้าพรรคการเมืองและถ่วงดุล

ระบบคุณธรรมไม่เคยมีวงการตำรวจ

ส่วน พล.ท.พงศกร ระบุว่า ตำรวจใกล้ชิดประชาชน แต่ขณะเดียวกกันก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอที่จะปฏิบัติงานให้กับประชาชน รวมถึงเครื่องมือ ดังนั้นระบบตรวจสอบทั้งหมดจึงต้องดี

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง 2562: ​นโยบายต่างประเทศ "ยุคโลกป่วน"

เลือกตั้ง 2562: มองอนาคตไทยหลังเลือกตั้ง

เลือกตั้ง 2562 : ชนนโยบายเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้อง

 

กลับขึ้นด้านบน