ฝุ่น PM 2.5 : ทำไมเชียงใหม่จมฝุ่น

ฝุ่น PM 2.5 : ทำไมเชียงใหม่จมฝุ่น

ฝุ่น PM 2.5 : ทำไมเชียงใหม่จมฝุ่น

รูปข่าว : ฝุ่น PM 2.5 : ทำไมเชียงใหม่จมฝุ่น

หมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือทวีความรุนแรงขึ้น ตั้งแต่ต้นปี จ.เชียงใหม่ ต้องพบกับสถานการณ์ฝุ่นที่เลวร้าย ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เดือน ก.พ. จนถึงขณะนี้ รวม 3 ช่วงระยะเวลาแล้ว

ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา วิกฤตหมอกควันพิษในภาคเหนือกลับมารุนแรงต่อเนื่อง ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ที่ จ.เชียงราย ค่าฝุ่น PM 2.5 พู่งสูงเกินมาตรฐาน 6-7 เท่า 

ขณะที่วันนี้(1 เม.ย.) กรมควบคุมมลพิษรายงานเวลา 09.00 น. ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตรวจวัดได้ 267 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ลบ.ม.) ค่าดัชนีคุณภาพอากาศเช้านี้สูงถึง 357 ในพื้นที่ภาคเหนือมีพื้นที่สีแดง 7 จุด ครอบคลุมพื้นที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน และพะเยา 

ขณะที่เมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ค่าฝุ่น PM 2.5 พุงสูงถึง 7 เท่า ตรวจวัดได้ 353 มคก.ลบ.ม.

ส่วนสถานการณ์ไฟป่าขณะนี้ยังมีจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ทั่วภาคเหนือ เช่นเดียวกับในเมียนมาและลาว ก็มีจุดความร้อนหนาแน่น โดยการเผาเฉพาะในภาคเหนือของไทย มีจุดความร้อนมากกว่า 1,000 จุด

ย้อนวิกฤตหมอกควัน เริ่มต้นได้อย่างไร?  

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่น PM 2.5 : เครื่องกรองอากาศ DIY ต้นทุนแค่หลักพัน

ฝุ่นPM2.5 "ประยุทธ์" สั่งใช้กฎหมายจับมือเผาป่าวอด 1.2 แสนไร่

"8 ชีวิต สู้ไฟป่า 5 พันไร่" เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเชียงแสน

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นระยะแรก ระหว่างวันที่ 12-14 ก.พ. ซึ่งเกิดจากการเผาในพื้นที่ ทั้ง จ.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง และมีการเผาไร่อ้อยในทางตอนล่างของภาคเหนือ ลมฝ่ายใต้ได้พัดกลุ่มควันเข้ามารวมตัวในพื้นที่ จ.ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ มีผลทำให้ปริมาณฝุ่นควันสะสมจนเกินค่ามาตรฐานในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ซึ่ง จ.เชียงใหม่ ได้ออกประกาศห้ามการเผาทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. จนสถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น

ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-17 มี.ค. มีสาเหตุจากการเผาป่าทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ประกอบกับมีความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมพื้นที่และมีแนวลมฝั่งตะวันตกพัดพาฝุ่นควันนอกประเทศเข้ามา ภาวะหมอกควันจึงตกค้างในพื้นที่จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

จังหวัดจัดกองกำลังผสมออกลาดตระเวนเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบเผาป่า และจับกุมผู้กระทำความผิด รวมทั้งจัดหน่วยฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื้นในอากาศในบริเวณพื้นที่นครเชียงใหม่

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 25 อำเภอ จัดรถน้ำฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศเพิ่มเป็น 3 ช่วง คือ 06.00 น., 09.00 น. และ 14.00 น. และขอความร่วมมือภาคเอกชนที่มีอาคารสูงช่วยฉีดพ่นละอองน้ำบนยอดตึกเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ

 

นอกจากนี้ยังสร้างการรับรู้เรื่องการป้องกันตัวเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) และ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม) ออกรณรงค์ให้ความรู้พร้อมแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง

ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. จนถึงขณะนี้สภาพอากาศภาคเหนือตอนบน มีแนวลมกำลังอ่อนพัดมาจากทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดพาฝุ่นควันจากทิศเหนือของประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาปกคลุมจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง และครั้งนี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยพบว่ามีความหนาแน่นของปริมาณฝุ่นควันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนคุณภาพอากาศเข้าสู่ภาวะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม

ผนึกกำลัง "ป้องกัน-แก้ไข" 

 

ด้านหน่วยงานภาครัฐได้นำรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศทุกชั่วโมง และประสานการประปาส่วนภูมิภาค และสถาบันการอาชีวะศึกษาติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำบริเวณสะพานนวรัฐ ซุ้มประตูท่าแพ บริเวณคูเมือง และลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศให้ครอบคลุมบริเวณมากขึ้น

 

 

ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยดูแลสุขภาพของประชาชน โดยแจกหน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก ไปแล้วมากกว่า 1.2 ล้านชิ้น และให้อำเภอทุกแห่งเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันการเผาป่าอย่างเข้มงวด โดยเพิ่มการตรวจตรา ลาดตระเวนและจับกุมดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ยังจัดให้มี Safety Zone ที่อาคาร SME ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา เพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็ก และผู้สูงอายุ ได้พักอาศัยในห้วงที่มีสภาพฝุ่นควันหนาแน่นรุนแรง

 

 

กลับขึ้นด้านบน