ผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือชี้ "พ่อค้าคนกลาง" ทุบราคาหมูหน้าฟาร์ม

ผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือชี้ "พ่อค้าคนกลาง" ทุบราคาหมูหน้าฟาร์ม

ผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือชี้ "พ่อค้าคนกลาง" ทุบราคาหมูหน้าฟาร์ม

รูปข่าว : ผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือชี้ "พ่อค้าคนกลาง" ทุบราคาหมูหน้าฟาร์ม

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ ระบุพ่อค้าคนกลางทุบราคาหมูหน้าฟาร์ม จนเกษตรกรได้รับผลกระทบ ต้องรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่เกิน 110 บาท/กก. พร้อมชี้แจงปมห้องเย็นสต็อกเนื้อหมูเก็งกำไรไม่เป็นความจริง

วันนี้ (19 ม.ค.2565) นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตสุกรในขณะนี้ ว่า เกษตรกรได้รับผลกระทบจากภาวะราคาสุกรปรับตัวในช่วงสั้นๆ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้รวบรวมสุกรหรือพ่อค้าคนกลาง เสนอราคาซื้อสุกรต่ำกว่าราคาประกาศ โดยให้เหตุผลว่าประชาชนเริ่มลดการบริโภคเนื้อหมู เนื่องจากราคาหมูที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยลบต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ ปริมาณผลผลิตสุกรอาจเกิดล้นตลาด

การกล่าวอ้างของพ่อค้าคนกลางดังกล่าว กลายเป็นผลกระทบเชิงจิตวิทยา ทำให้ผู้เลี้ยงต้องตัดสินใจขายหมูในราคาต่ำกว่าต้นทุน บางฟาร์มขายหมูไม่ออก เพราะผู้ซื้อขอเลื่อนจับหมู บอกว่าการซื้อขายหดตัวอย่างหนัก ส่งผลให้เกษตรกรจำต้องเลี้ยงหมูต่อ ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้อมูลของพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า ภาวะโรคระบาดส่งผลกระทบให้ปริมาณเนื้อหมูในภาคเหนือลดลงร้อยละ 50 จากปริมาณความต้องการวันละ 6,000-7,000 ตัว จนต้องนำเข้ามาจากภาคอื่น ทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่ม

นายสุนทราภรณ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเกษตรกรทั่วประเทศต่างรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ไม่เกิน 110 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อไม่ให้เป็นจำเลยของสังคมว่า คนเลี้ยงหมูคือต้นเหตุทำให้ราคาหมูแพง แม้ต้องแบกภาระต้นทุนสูง บางฟาร์มต้นทุนพุ่งไป 120 บาทต่อกิโลกรัมแล้วก็ตาม

เราต้องการให้สังคมเข้าใจและผ่อนคลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น การที่ผู้ซื้อกดราคาหน้าฟาร์มจึงเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ของเกษตรกร อาจมีผลต่อการตัดสินใจของผู้เลี้ยงที่กำลังจะกลับเข้าสู่ระบบ ทั้งๆ ที่แนวทางแก้ปัญหาที่หลายฝ่ายดำเนินการอยู่ กำลังขับเคลื่อนไปในทางที่ดีแล้ว

สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวถึงผู้ประกอบการห้องเย็นอาจเก็บสต็อกไว้เพื่อเก็งกำไร นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ ให้ข้อมูลและตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วง 5 เดือนก่อนหน้านี้ เกษตรกรประสบปัญหาภาวะราคาตกต่ำอย่างหนัก จากปริมาณสุกรล้นตลาด ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเก็บเนื้อสุกรเข้าไว้ในสต็อก แม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และตามปกติแล้วห้องเย็นจะมีการเก็บสต็อกสินค้าพื้นฐาน เพื่อรอส่งมอบแก่ลูกค้าประจำ หรือนำไปแปรรูปเป็นสินค้าของตนเอง

อย่างไรก็ตาม เนื้อสุกรเป็นสินค้าที่ไม่สามารถแช่เย็นได้นาน เนื่องจากจะส่งผลต่อคุณภาพและเกิดการเน่าเสีย เพราะฉะนั้นการกล่าวอ้างว่ามีผู้เก็บเนื้อสุกรเพื่อเก็งกำไรนั้นไม่เป็นความจริง

 

อ่านข่าวอื่นๆ

พาณิชย์ เร่งแก้หมูแพง-สั่งเช็กสต๊อกทั้งระบบ

นายกฯ ประเมินหมูตายร้อยละ 20 สั่งสอบสาเหตุ "หมูแพง"

กกร.เพิ่ม "ไก่" เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขึ้นราคาตามอำเภอใจ

 

กลับขึ้นด้านบน