เช็ก "สต๊อกหมู" ห้องเย็น 539 แห่ง พบเนื้อหมู 13.41 ล้าน กก.

เช็ก "สต๊อกหมู" ห้องเย็น 539 แห่ง พบเนื้อหมู 13.41 ล้าน กก.

เช็ก "สต๊อกหมู" ห้องเย็น 539 แห่ง พบเนื้อหมู 13.41 ล้าน กก.

รูปข่าว : เช็ก "สต๊อกหมู" ห้องเย็น 539 แห่ง พบเนื้อหมู 13.41 ล้าน กก.

กรมปศุสัตว์ เดินหน้าตรวจสต๊อกหมูในห้องเย็น 3 วัน จำนวน 539 แห่ง พบเนื้อหมูรวม 13.41 ล้านกิโลกรัม เตรียมเดินหน้าตรวจสอบที่เหลืออีกกว่า 500 แห่ง ระบุหากพบมีการกักตุน ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

วันนี้ (24 ม.ค.2565) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามตรวจสอบปริมาณสุกรในห้องเย็นทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยเป็นการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง และเจ้าหน้าที่พาณิชย์

ทั้งนี้่ กรมปศุสัตว์ดำเนินการตรวจ ตั้งแต่วันที่ 20-23 ม.ค.2565 รวม 539 แห่ง พบเนื้อสุกรรวม 13.41 ล้านกิโลกรัม และจะเดินหน้าตรวจสอบห้องเย็นที่มีสินค้าปศุสัตว์ที่เหลือให้ครบ ซึ่งจะมีอีกประมาณ 500 กว่าแห่ง หากพบมีการกักตุน จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดขั้นเด็ดขาด และเนื้อสุกรจะถูกสั่งให้จำหน่ายตามราคาที่ทางการกำหนดต่อไป

สำหรับข้อมูลการเลี้ยงสุกรในปัจจุบัน ณ เดือน ม.ค.2565 กรมปศุสัตว์รายงาน มีเกษตรกรผู้เลี้ยง 1.07 แสนราย จำนวนสุกร 10.84 ล้านตัว แบ่งเป็น สุกรพ่อพันธุ์ 4.9 หมื่นตัว สุกรแม่พันธุ์ 9.79 แสนตัว และสุกรขุน 9.56 ล้านตัว

และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่าจำนวนสุกรทั้งหมดลดลงร้อยละ 11.81 แยกเป็น สุกรพ่อพันธุ์ลดลงร้อยละ 41.1 สุกรแม่พันธุ์ลดลงร้อยละ 11.16 จำนวนสุกรขุนลดลง ร้อยละ 13.9

คลอด 9 มาตรการ แก้ปัญหาราคาหมูแพง

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ มีการขยายการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ใหม่ ส่วนพื้นที่เดิมที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญมีการเลี้ยงลดลง ฟาร์มขนาดกลางมีจำนวนเกษตรกรเพิ่มขึ้นและขยายการเลี้ยงเพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม ส่วนฟาร์มขนาดใหญ่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่แต่เป็นการเลี้ยงที่ลดความหนาแน่นของสุกรในฟาร์ม

ควบคู่ไปกับการป้องกันการกักตุนเนื้อสุกร รัฐบาลยังเร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาแพง ซึ่งประกอบด้วยมาตรการหลายระยะ กล่าวคือ 1. งดส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน 2. ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์แก่เกษตรกร 3. สถาบันการเงินจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่ เรื่องเตรียมเข้า ครม.

4. ตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุน 5. เพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน 6. ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 7. เร่งศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคระบาด 8. ยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด และ 9. ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรค

โทษกักตุน คุกสูงสุด 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท

น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าไปตรวจสต๊อกเนื้อสุกร หากพบการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา จะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด กรณีที่ตรวจพบว่า มีการรายงานตัวเลขการครอบครองเนื้อสุกรไม่ตรงกับที่แจ้งพาณิชย์จังหวัด จะเข้าข่ายเป็นการกักตุนหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดว่า กรณีที่ไม่แจ้งปริมาณสต๊อกถือว่ามีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน ส่วนในกรณที่แจ้งแล้วต้องตรวจสอบต่อไปว่าแจ้งด้วยข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ หากแจ้งด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ จะมีความผิดอีกเช่นกัน

หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกักตุน ซึ่งหมายถึงการปฏิเสธการจำหน่าย ทั้งที่มีสินค้าและมีผู้ขอซื้อสินค้าเข้ามาแต่ไม่จำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนพบการกระทำความผิดหรือสงสัยว่าเป็นการกระทำความผิด ขอให้แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ สายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ลงไปตรวจสอบและดำเนินการได้ทันที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดรามา! "หมอกระต่าย" เป็นศพนิรนาม 2 ชม.อ้าง ตร.เก็บหลักฐานยืนยันตัวตนไป

"แพท-ณปภา" ติดโควิด-ไฟเซอร์ 3 ล้านโดสฉีดเด็กถึงไทย 26 ม.ค.

ไทม์ไลน์ฉีดไฟเซอร์เด็ก 5-11 ปีเริ่ม 31 ม.ค.นี้

 

กลับขึ้นด้านบน