"สินมั่นคง" ยันไม่ปิดกิจการ-ศาลนัดไต่สวนฟื้นฟูกิจการ 15 ส.ค.

"สินมั่นคง" ยันไม่ปิดกิจการ-ศาลนัดไต่สวนฟื้นฟูกิจการ 15 ส.ค.

"สินมั่นคง" ยันไม่ปิดกิจการ-ศาลนัดไต่สวนฟื้นฟูกิจการ 15 ส.ค.

รูปข่าว : "สินมั่นคง" ยันไม่ปิดกิจการ-ศาลนัดไต่สวนฟื้นฟูกิจการ 15 ส.ค.

"สินมั่งคง" ออกแถลงการณ์ยังไม่ปิดกิจการ ยันเดินหน้าธุรกิจต่อ ไม่ทิ้งความรับผิดชอบด้วยวิธีปิดกิจการ ย้ำการยื่นฟื้นฟูกิจการคือทางออกที่ดีที่สุด ชี้ยังมีค่าสินไหมโควิดค้าง 350,000 รายการ คิดเป็นค่าสินไหม 30,000 ล้านบาท ขณะที่ศาลนัดไต่สวนคำร้อง 15 ส.ค.นี้

กรณีบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2565  ศาลล้มละลายฯ ได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว โดยศาลกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 15 ส.ค.นี้ 

ล่าสุด บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์กรณีที่ยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยมีใจความสำคัญว่า สินมั่นคงประกันภัยยืนยันเจตนารมณ์เดินหน้าธุรกิจต่อ ไม่ทิ้งความรับผิดชอบด้วยวิธีปิดกิจการ ย้ำการยื่นฟื้นฟูกิจการคือทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้เพราะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง  และนักลงทุนยังแสดงความสนใจที่จะลงทุน โดยหากบริษัทฯ สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ ปัญหาสินไหมโควิด เจอจ่ายจบ จะได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ธุรกิจหลักประกนภัยรถยนต์และนอน มอเตอร์ ยังมีศักยภาพ ผลประกอบการที่ดี ต่อเนื่องมาโดยตลอดและการชดใช้สินไหมประเภทอื่นยังสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ

สำหรับสาเหตุที่จำเป็นต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ เนื่องจาก ในปี 2564 บริษัทฯ ได้รับประกันภัย Covid-19 แบบเจอจ่ายจบ และแบบ 2 in 1 รวมประมาณ 2 ล้านกรมธรรม์ โดยมีเบี้ยรับจากประกันภัยรวมจำนวน 661 ล้านบาท

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการดูแลผู้เอาประกัน และจ่ายสินไหมโควิดให้กับผู้เอาประกันที่ติดเชื้อโควิดป็นเงินจำนวน 11,875 ล้านบาท โดยนำเงินจากกำไรสะสมทั้งหมดมาจ่ายชำระสินไหมโควิด

จากการระบาดของโควิดในวงกว้าง และการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว แต่อาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการ ส่งผลให้ตั้งแต่เดือน มี.ค. 65 เป็นต้นมา มีจำนวนผู้เอาประกันมายื่นเคลมสินไหมโควิดเป็นจำนวนมาก ทำให้มีจำนวนเคลมสินไหมโควิดคงค้างอีกประมาณ 350,000 รายการ คิดเป็นค่าสินไหมประมาณ 30,000 ล้านบาท

เมื่อนับรวมสินไหมโควิดที่จ่ายไปแล้วทั้งหมดจะเท่ากับ 41,875 ล้านบาท คิดเป็นการจ่ายสินไหมที่สูงถึง 63 เท่าของเบี้ยประกันภัยรับ หรือ 6,300% และสูงกว่าการจ่ายสินไหมประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่โควิดถึงเกือบ 100 เท่า

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขภาระค่าสินไหมโควิด ที่มีจำนวนมาก  โดยการสรรหานักลงทุน เพื่อเพิ่มความสามารถทางการเงินในการชำระค่าสินไหมโควิด ซึ่งแม้ว่าจะมีนักลงทุนให้ความสนใจในธุรกิจหลักของบริษัทฯ เนื่องจากมีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องมาโดยตลอดก็ตาม แต่สินไหมโควิด ที่ปัจจุบันสูงกว่า 41,875 ล้านบาท เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนชะลอการตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่ม "สินมั่นคง" ยกเลิกประกันโควิดเจอจ่ายจบ พร้อมคืนเบี้ยประกันภัย

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นและพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาและหาทางออกตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา โดยกระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นเพียงทางออกเดียวที่เหมาะสมที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ได้ และจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

บริษัทฯ จะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันภัย และถูกปิดกิจการในท้ายที่สุด ส่งผลให้สินไหมโควิด หลายหมื่นล้านบาท ต้องตกเป็นภาระแก่กองทุนประกันวินาศภัย อันจะเป็นการซ้ำเติมให้สถานการณ์ทางการเงินของกองทุนประกันวินาศภัยวิกฤติยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เนื่องจากในช่วงระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมา กองทุนประกันวินาศภัยได้รับภาระให้ความช่วยเหลือเจ้าหนี้ของบริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยไปแล้วถึง 4 ราย ทำให้มีแนวโน้มสูงที่กองทุนประกันวินาศภัยจะขาดสภาพคล่องจนไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าสินไหมแทนบริษัทประกันวินาศภัยที่ต้องปิดกิจการซึ่ง ณ ปัจจุบันมียอดหนี้สูงกว่าสองหมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้เอาประกันของบริษัทฯ จำนวนกว่า 2.5 ล้านฉบับ จะได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการของบริษัทฯ รวมถึงพนักงานเกือบ 2,000 คน และคู่ค้าต่างๆ จะไม่ได้รับชำระหนี้และสูญเสียรายได้ ทางบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล เมื่อวันที่ 17 พ.ค.65  ดังนั้น เพื่อให้บริษัทฯ ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างต่อเนื่อง และปรับโครงสร้างการชำระหนี้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนและแก้ไขฐานะการเงิน ทั้งนี้ ความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ในครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการให้ความร่วมมือของทุกฝ่าย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งขึ้นเครื่องหมาย C หลักทรัพย์ของ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.นี้  

อ่านข่าวที่เกี่ายวข้อง

"สินมั่นคงประกันภัย" ยื่นศาลล้มละลายขอฟื้นฟูกิจการ

คปภ.ยืนยันห้ามบริษัทยกเลิกกรมธรรม์ "เจอ จ่าย จบ"

 

 

กลับขึ้นด้านบน