เจ้าของสวนเสือ 1 ในผู้ต้องหาค้าลูกเสือโคร่ง แจ้งครอบครอง 7 ตัว

เจ้าของสวนเสือ 1 ในผู้ต้องหาค้าลูกเสือโคร่ง แจ้งครอบครอง 7 ตัว

เจ้าของสวนเสือ 1 ในผู้ต้องหาค้าลูกเสือโคร่ง แจ้งครอบครอง 7 ตัว

รูปข่าว : เจ้าของสวนเสือ 1 ในผู้ต้องหาค้าลูกเสือโคร่ง แจ้งครอบครอง 7 ตัว

กรมอุทยานฯ เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอลูกเสือโคร่งของกลาง เปรียบเทียบข้อมูลเสือในกรงเลี้ยง มุ่งเป้ากลุ่มล่อแหลมก่อน หลัง ปทส.จับ 1 ในผู้ต้องหาคดีค้าลูกเสือโคร่ง "น้องขวัญ" พบเป็นเจ้าของสวนเสือในสุพรรณบุรี โดยแจ้งครอบครองเสือทั้งหมด 7 ตัว

ความคืบหน้ากรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ขยายผลติดตามขบวนการลักลอบซื้อ-ขาย "ลูกเสือโคร่ง" จับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 4 คน พบหนึ่งในผู้ต้องหามีสวนเสือที่สุพรรณบุรี

แหล่งข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวมาจากการแนวทางการสืบสวนของพนักงานสอบสวน ปทส. ซึ่งกรมอุทยานฯ จะมุ่งเป้าไปที่สวนเสือดังกล่าว ที่มีชื่อเจ้าของเป็น 1 ในผู้ต้องหาคดีนี้ด้วย พบว่ามีการแจ้งครอบครองเสือทั้งหมด 7 ตัว คาดว่าเป็นเสือตัวเต็มวัยทั้งหมด โดยจะตรวจสอบดีเอ็นเอข้อมูลเสือในกรงเลี้ยง วิเคราะห์ความเชื่อมโยงความเป็นสัมพันธ์แม่-ลูก เพื่อยืนยันผลทางนิติวิทยาศาสตร์ หากข้อมูลไม่แน่ชัด ไม่เพียงพอ อาจต้องเก็บตัวอย่างเลือดเสือในสวนสัตว์เพิ่ม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง 30,000 บาทต่อครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบพบว่า เสือในสวนสัตว์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับ "น้องขวัญ" เสือโคร่งของกลาง สายพันธุ์ไซบีเรีย และมีการกระทำผิดจริง ผู้ได้รับอนุญาตสวนสัตว์จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และอาจถูกยกเลิกใบอนุญาต

สำหรับ "น้องขวัญ" ตำรวจ ปทส. ร่วมกับชุดเหยี่ยวดง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ขณะนัดส่งมอบลูกเสือโคร่งบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนนำไปดูแลที่สวนสัตว์บึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี

เร่งตรวจเทียบดีเอ็นเอต้นกล้า-ต้นข้าว กับเสือในกรงเลี้ยง

ขณะที่นายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงเสือโคร่งของกลางอีก 2 ตัว คือ ต้นกล้า และต้นข้าว ว่า ทั้ง 2 ตัว เป็นสายพันธุ์เบงกอล ไม่ใช่เสือในป่าธรรมชาติของภูมิภาคนี้ สันนิษฐานว่า เกิดมาจากการลักลอบเพาะพันธุ์ ซึ่งอาจอยู่ได้ทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยงานในกรมอุทยานฯ จำเป็นต้องหาข่าวและประสานงานกับพนักงานสอบสวน ปทส.

 

อย่ามองแค่น่ารัก เสือของกลางต้องอยู่ในกรงตลอดชีวิต

ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเทียบเคียงดีเอ็นเอว่าตรงกับเสือในกรงเลี้ยงที่ใดหรือไม่ โดยจะเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายล่อแหลมก่อน ซึ่งในฐานข้อมูลของสวนสัตว์และผู้ที่แจ้งครอบครองเสือ มีประมาณ 1,000 กว่าตัว พบว่าส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เบงกอล พร้อมฝากให้ประชาชน หรือคนที่อยากครอบครองเสือ เข้าใจว่าแม้เสือโคร่งในวัยเด็กจะน่ารัก น่าเอ็นดู แต่เมื่อกลายมาเป็นของกลางในคดี เสือดังกล่าวอาจต้องอยู่ในกรงเลี้ยงตลอดชีวิต หรือนาน 20-25 ปี ถือว่าน่าสงสารเป็นอย่างมาก

จริง ๆ ลูกเสือน่าสงสาร เขาต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ สัตว์ทุกชนิดน่ารักทั้งหมดในวัยเด็ก ใครก็อยากเลี้ยง ใครก็อยากมีไว้ในครอบครอง แต่เมื่อโตขึ้นมาสักระยะหนึ่งความน่ารักก็จะค่อย ๆ หายไป เพราะเราไม่กล้าเล่น
ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ส่วนกรณีที่ย้ายต้นกล้า ต้นข้าว จากสถานีเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ทิพย์พิมาน จ.นครราชสีมา เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง เนื่องจากสถานีฯ มีข้อจำกัด เพราะไม่มีสัตวแพทย์ประจำ และต้องใช้สัตวแพทย์ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 เข้ามาเก็บตัวอย่างเลือดและตรวจสุขภาพทั่วไป พบว่าลูกเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว มีสภาวะโลหิตจางเล็กน้อย อาจเกิดจากการห่างจากแม่ ภูมิคุ้มกันน้อย หรือความเครียด จึงเป็นห่วงสุขภาพสัตว์และประสานขอย้ายไปยังสถานที่ที่มีสัตวแพทย์ประจำ โดยพนักงานสอบสวนต้องการนำไว้ใกล้พื้นที่ จึงประสานไปฝากไว้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทิพย์พิมาน ซึ่งมีความพร้อมและศักยภาพสูง

สำหรับ "ต้นกล้า" และ "ต้นข้าว" เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนจับกุมผู้กระทำผิดในพื้นที่ ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยยึดของกลางลูกเสือโคร่ง 2 ตัว พร้อมนกกาฮัง 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง 2 ตัว

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปทส.จับเพิ่ม 4 คนขบวนการค้าลูกเสือโคร่ง พบเป็นเจ้าของสวนเสือ 

ผล DNA ชี้ชัดเสือโคร่งของกลาง 3 ตัว ไม่ได้มาจากป่าไทย 

รวบพ่อค้าสัตว์ป่ารายใหญ่ ยึดลูกเสือโคร่ง-นกเงือก 10 ชีวิต 

 

กลับขึ้นด้านบน