สานฝันสู่ 3 อาชีพสุดฮิต กับคำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ?

สานฝันสู่ 3 อาชีพสุดฮิต กับคำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ?

สานฝันสู่ 3 อาชีพสุดฮิต กับคำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ?

รูปข่าว : สานฝันสู่ 3 อาชีพสุดฮิต กับคำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ?

โตขึ้นอยากเป็นอะไร ? วันเด็กปี 2562 ไทยพีบีเอสออนไลน์ ลองสอบถามน้องๆ นักเรียนชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ให้ร่วมกันแชร์คำตอบอาชีพในฝัน โดยพบว่า เด็กส่วนใหญ่มีความฝันที่อยากจะประกอบอาชีพ คุณหมอ คุณครู และตำรวจ

วันนี้ (11 ม.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ มีบทสัมภาษณ์จากพี่ๆ ที่ประกอบอาชีพในฝันทั้ง 3 อาชีพ มาแนะแนวทางในการก้าวสู่อาชีพหมอ คุณครู และตำรวจ ให้น้องๆ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเดินตามฝันให้สำเร็จ

ผศ.นพ.กัมพล อำนวยพัฒนพล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ในการสอบเข้าหมอจะต้องมีเกณฑ์ มีคุณสมบัติครบตามที่ระเบียบมหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งน้องๆ จะต้องศึกษาให้ดีว่ามีคุณสมบัติครบหรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็นอาจารย์แพทย์ ความสำคัญของอาชีพแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การสอบเข้าแล้วติดคณะแพทยศาสตร์ แต่อยู่ที่จิตวิญญาณในความเป็นแพทย์

ผมฝันและรักที่จะเป็นหมอตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เราถูกซึมซับและปลูกฝังตั้งแต่เด็ก อาจเพราะว่าเจอหมอที่ดี ประทับใจ และเกิดจิตวิญญาณที่อยากจะเป็นหมอ

ทุกคนคงจะมีเหตุผลของตัวเองอยู่แล้ว ก่อนที่จะประกอบอาชีพหมอ แต่น้องๆ ต้องดูว่าสิ่งที่เราจะเจอกับความฝันที่เราจะเป็นมันเป็นอย่างไร จุดเริ่มต้นต้องชอบด้วยตัวเอง ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมรอบข้างมาบังคับ เพราะถ้าเราชอบด้วยตัวเองไม่ว่าจะมีอุปสรรคอย่างไรเราก็จะสามารถผ่านไปได้

อย่าคิดว่าเรียนเก่งแล้วต้องเป็นหมอ

บางครั้งเราถูกปลูกฝังมาว่า หมอเป็นวิชาชีพที่ต้องเรียนเก่ง หรือคนเก่งต้องเรียนหมอ แต่อยากให้น้องๆ คิดให้ดีว่าเรามาจากจุดนั้นหรือเปล่า หรือมาจากความต้องการของเราจริงๆ หรือไม่ ต้องคิดว่าอยากเรียนเพราะอะไร รักในอาชีพนี้  เนื่องจากจิตวิญญาณต้องเกิดจากความรักในวิชาชีพนี้

อยากให้ตั้งเป้าหมายว่าถ้าสอบหมอได้ ต้องเป็นหมอที่ดีให้อนาคต ผมสอนนักศึกษาแพทย์เสมอว่าการสอบเข้ามาเรียนเป็นแค่ก้าวแรก แต่ทุกคนจะต้องก้าวไปสู่เป้าหมายเป็นหมอที่ดีให้ได้

นอกจากนี้ หมอกัมพล ยังเผยคติประจำใจที่ใช้ในการทำงาน โดยการยึดในพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ซึ่งเป็นคำสอนที่ลึกซึ้ง คำพูดถูกร้อยเรียงมาด้วยจิตวิญญาณของความเป็นหมอ มีใจความสำคัญว่า

ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์


ปัจจุบัน แต่ละมหาวิทยาลัยจะเปิดให้นักศึกษาดูงาน ฝึกงานที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าการทำงานของหมอจริงๆ เป็นอย่างไร ซึ่งพอจะทำให้เห็นภาพได้ แต่ก็เป็นแค่เสี้ยวนึงเท่านั้น

สำหรับกฎเหล็กของการเป็นแพทย์ที่ดีของหมอกัมพลนั้น ประกอบไปด้วย 4 ข้อ คือ

1.ต้องเป็นแพทย์ที่ดี มีความรู้วิชาชีพให้ทันสมัยอยู่เสมอ
2.ต้องมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ใช้จิตวิญญาณในการสังเกตผู้ป่วยอย่างละเอียด ทั้งการใช้ตาและการสัมผัส ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เรียนรู้จากคนไข้เป็นหลักก่อนกลับมาอ่านตำราเพิ่มเติม

คนไข้ทุกคนคือความทรงจำของผม คนไข้ทุกคน คือ ครู คนไข้ไม่เหมือนตำราที่เรามีเวลาค้นคว้าและเปิดอ่าน แต่คนไข้มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่มีเวลาให้เราได้ย้อนกลับไป ดังนั้น การรักษาจึงควรดูคนไข้เป็นหลัก

3.ต้องมีจรรยาบรรณของแพทย์ หรือยึดถือเหมือนกฎหมายของแพทย์
4.ต้องมีจริยธรรม และมีความเสียสละเพื่อส่วนรวม ทั้งเวลาและความสุขส่วนตัว

ทั้งนี้ หมอกัมพล ฝากสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าต้องการจะเป็นหมอจริงๆ หรือไม่ ต้องสำรวจตัวเองว่ามีความพร้อมไหมที่จะเป็นหมอที่ดี ไม่ใช่หมอที่เก่งเพียงอย่างเดียว ถ้าสามารถยึดมั่นในจุดนี้ได้ และคิดว่าสามารถทำได้ ตัดสินใจที่จะเลือกแล้วก็เริ่มทำตามฝันเลยตั้งแต่วันนี้

จากฝันนักแปลการ์ตูนสู่คุณครูภาษาจีน

น.ส.สุธิดา สุทินฤกษ์ หรือครูเอม ตำแหน่ง ครู คศ. 1 (ครูระดับปฏิบัติการ) โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เล่าประสบการณ์ความฝันในวัยเด็กกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ความฝันในวัยเด็กไม่ใช่อาชีพปัจจุบัน เนื่องจากอาชีพในความฝัน คือ นักแปลการ์ตูน หรือนักเขียนนิยายอิสระ คุณครูเอม จึงเลือกเรียนสาขาวิชาภาษาจีน ไปพร้อมกับการทำกิจกรรมท่ชื่นชอบอย่างการแต่งคอสเพลย์


หลังจากที่ได้เป็นครูสอนภาษาจีนแล้ว กิจกรรมคอสเพลย์นับว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งสำหรับอาชีพนี้ เนื่องจากผู้ใหญ่บางส่วน ยังมองว่า การแต่งคอสเพลย์คือเรื่องไร้สาระ และมองว่าการเป็นครูต้องวางตัวให้เหมาะสม ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กๆ

ช่วงแรกที่ครูเอมเริ่มต้นอาชีพครูด้วยความเข้มงวด บางครั้งมีการว่ากล่าวติเตียนจนนักเรียนไม่ยอมเข้าเรียน

บางครั้งการดุด่าเกินไป ทำให้นักเรียนบางคนเบื่อ นอนหลับ แอบเล่นเกม ทำให้ครูต้องพยายามหาจุดบกพร่องของตัวเอง และพยายามที่จะเข้าใจนักเรียนมากขึ้น


หลังจากนั้นจึงพยายามตั้งใจศึกษา เรื่องจิตวิทยาและความเข้าใจในตัวบุคคลเป็นพิเศษ เนื่องจากมองว่าการเป็นครูไม่ใช่เพียงสอนในชั้นเรียน แต่หมายถึงความเข้าใจจิตใจ  ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักภาพของเด็กๆ และการส่งเสริมให้เด็กเกิดพลังและหาเป้าหมายของชีวิตให้ได้


ครูเอมเริ่มเปิดใจรับฟังนักเรียนมากยิ่งขึ้น ปรับตัวโดยการใช้ความฝันในวัยเด็กมาผสมผสานกับอาชีพที่รักในปัจจุบัน ด้วยการนำการ์ตูนน่ารักๆ มาใช้แปลเป็นสื่อการเรียนการสอนให้นักเรียนในห้องได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน รวมถึงการจัดตั้งชมรมคอสเพลย์ขึ้นในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ลองทดสอบประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านตัวการ์ตูน ทั้งการเป็นดีเจ นักดาราศาสตร์ นักดนตรี ทหาร ล่าม เป็นพิธีกร นักอุปรากร และนักกีฬา

ตอนสอนหนังสือครั้งแรก แล้วนักเรียนไหว้ทักทาย ทำให้ได้เห็นความเคารพของเด็กๆ จึงรู้สึกว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ 

ทั้งนี้ ครูเอม ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเป็นครูว่า แม้อาชีพครูจะต้องแบกรับทุกอย่างมาไว้ที่ตัวเอง ทั้งความคาดหวัง การวางตัวให้เป็นแบบอย่าง และต้องอยู่ในกฎระเบียบ แต่โรงเรียน คือ พื้นที่หนึ่งที่ทำให้คุณครูสามารถสร้างความฝันให้แก่นักเรียนได้มากมาย และช่วยทำให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริงได้ เป็นอาชีพที่ภาคภูมิใจมาก ดังนั้น หากตั้งเป้าหมายว่าอยากจะเป็นครูแล้ว ก็ต้องตั้งใจก้าวไปให้ถึงฝันด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

อยากเป็นตำรวจความรู้ต้องเป๊ะ ร่างกายต้องพร้อม

พ.ต.ท.กฤติน พชรธนบูรณ์ สวป.สน.ทุ่งสองห้อง ระบุว่า ความฝันในวัยเด็กต้องการจะเป็นครู แต่ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้ไปเจอเพื่อนที่สอบติดตำรวจ แล้วขับรถออกตรวจ ก็มีความรู้สึกว่าแต่งเครื่องแบบแล้วเท่มาก จึงตัดสินใจไปสอบตำรวจ

ส่วนตัวเริ่มจากการศึกษาว่าการจะเป็นตำรวจ ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง ซึ่งปัจจุบันการจะเป็นตำรวจได้นั้นมีอยู่ 2 แนวทาง คือ

1.สอบเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร หรือนายร้อยตำรวจ ต้องเตรียมตัวสอบเตรียมทหาร แล้วเรียน 3 ปี จากนั้นต้องเลือกเหล่าเป็นเหล่าตำรวจ ใช้เวลาเรียน 4 ปี รวมเป็น 7 ปี ก็จะได้ยศร้อยตำรวจตรี โดยผู้ที่จะสอบเตรียมทหารได้ต้องจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

2.สอบเข้าโรงเรียนนายสิบ ซึ่งคนที่จะสอบต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และห้ามเกิน 27 ปี โดยใช้เวลาศึกษาเพียง 1 ปี จบออกมาจะได้ยศสิบตำรวจตรี แล้วสามารถสอบเลื่อนขึ้นเป็น พล.ต.ต่อไปได้

สำหรับอาชีพตำรวจมีการแบ่งสายงานออกเป็นหลายสาย โดยเฉพาะสายปฏิบัติการ ทั้งสายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร ไม่มีวันหยุด ต้องทำงานเป็นกะ ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น คนจะเป็นตำรวจต้องมีความเสียสละมาก


พ.ต.ท.กฤติน ฝากถึงน้องๆ ที่ต้องการจะรับข้าราชการตำรวจ ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ และควรเตรียมร่างกายให้พร้อม ว่ายน้ำให้เป็น วิ่งได้ตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด ต้องสอบผ่านทั้งภาควิชาการและภาคพละ เรื่องแผลเป็นและรอยสัก ก็เป็นหนึ่งในข้อห้ามของการเป็นตำรวจ

ส่วนเรื่องที่สำคัญที่สุด คือ ประวัติการกระทำผิดกฎหมาย หากมีประวัติติดตัวก็ไม่สามารถเข้ารับราชตำรวจได้ ดังนั้น น้องๆ จึงควรจะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ

ส่วนบางคนที่มีใจรักในอาชีพตำรวจ แต่ยังไม่สามารถสอบตำรวจได้ ก็ช่วยเป็นอาสาตำรวจบ้าน คอยดูแลความสงบเรียบร้อยและแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ส่วนน้องๆ ตัวเล็กก็ควรเป็นพลเมืองที่ดี หากพบการกระทำความผิดก็ควรสังเกตและจดจำแล้วสามารถให้ข้อมูลกับพี่ๆ ตำรวจได้ โดยเฉพาะตำรวจที่เข้าไปให้ความรู้ภายในโรงเรียน เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ

ทั้งนี้ วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ไทยพีบีเอสชวนเที่ยวงาน ด.เด็ก คิดดี THAIPBS KIDS DAY 2562 "อาชีพในฝัน" มาสนุกอย่างสร้างสรรค์ ผจญภัยไปในจักรวาลแห่งอาชีพ เปิดมุมมองอาชีพในฝันของน้องๆ พร้อมลุ้นของที่ระลึกตลอดทั้งวัน ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ เวลา 07.00-15.00 น. ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถ.วิภาวดีรังสิต ลงทะเบียนร่วมงานได้ทาง ด.เด็กคิดดี Thai PBS Kids Day 2562

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็กไทยบนความเสี่ยง! ล่วงละเมิดทางเพศ-กระทำรุนแรง

เช็กพิกัดจัดงาน “วันเด็ก”

 

 

กลับขึ้นด้านบน