จีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5,974 คน เสียชีวิตพุ่ง 132 คน

จีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5,974 คน เสียชีวิตพุ่ง 132 คน

จีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5,974 คน เสียชีวิตพุ่ง 132 คน

รูปข่าว : จีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5,974 คน เสียชีวิตพุ่ง 132 คน

จีนรายงานยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพิ่มเป็น 5,974 คน เสียชีวิต 132 คน ขณะที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่น อพยพพลเมืองออกจากเมืองอู่ฮั่น พร้อมดำเนินมาตรการตรวจและเฝ้าดูอาการอย่างเข้มงวด

วันนี้ (29 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน รายงานสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 132 คน หลังทางการมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายใหม่ในพื้นที่ 25 คน และมีผู้เสียชีวิตในมณฑลเหอหนานอีก 1 คน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) 1,459 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 5,974 คน นอกจากนี้ยังรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อรายแรกในเขตปกครองตนเองทิเบต

ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เครื่องบินเช่าเหมาลำที่ส่งไปจีนเพื่ออพยพชาวอเมริกันออกจากเมืองอู่ฮั่นกำลังเดินทางกลับสู่สหรัฐฯ และจะลงจอดจุดแรกที่สนามบินแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา จากนั้นคาดว่าเครื่องบินจะเดินทางต่อไปยังสนามบินนานาชาติออนแทรีโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยขณะนี้สนามบินทั้ง 2 แห่ง เตรียมพร้อมมาตรการรองรับเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรนาฯ รักษาได้ ไม่ใช่เป็นแล้วตายทุกคน

คนอู่ฮั่นไปไหนก่อนปิดเมือง?

กพท.ให้สายการบินตรวจคัดกรองผู้โดยสารสกัดไวรัสโคโรนา 

 

สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีพลเมือง 1,000 คน อาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่น และมีแผนอพยพประชาชนของตัวออกจากเมือง ซึ่งเป็นต้นตอการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่เครื่องบินเช่าเหมาลำที่รัฐบาลญี่ปุ่นส่งไปอพยพพลเมืองออกจากเมืองอู่ฮั่น ล่าสุดเดินทางกลับถึงกรุงโตเกียวแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมด้วยชาวญี่ปุ่น 206 คน โดยมีชาวญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้เดินทางออกมาจากเมืองอู่ฮั่นอีก 450 คน ซึ่งผู้ที่เดินทางมาถึงจะถูกกักอยู่บนเครื่อง หากพบมีอาการของโรคปอดอักเสบจะถูกส่งไปรักษาที่ศูนย์การแพทย์พิเศษ ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการจะถูกส่งไปที่โรงพยาบาลแห่งอื่น เพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

แม้ว่ารัฐบาลหลายประเทศจะอพยพพลเมืองของตัวเองออกมา แต่ยังมีชาวต่างชาติอีกหลายคนที่ต้องการปักหลักอยู่ต่อไป รวมทั้งนักศึกษาชาวต่างชาติบางคนของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (Hauzhong) ซึ่งบอกว่า เมืองอู่ฮั่นเป็นบ้านหลังที่สอง จึงต้องอยู่เคียงข้างรัฐบาลท้องถิ่นและให้ความร่วมมือในมาตรการควบคุมโรค พร้อมทั้งยืนยันว่ามีไม่มีปัญหา เนื่องจากมีทั้งอาหารและหน้ากากอนามัย 

 

กลับขึ้นด้านบน