คำต่อคำ "เรืองไกร" แฉปมรีด 5 ล้านแลกผ่านงบฯ กรมน้ำบาดาล

คำต่อคำ "เรืองไกร" แฉปมรีด 5 ล้านแลกผ่านงบฯ กรมน้ำบาดาล

คำต่อคำ "เรืองไกร" แฉปมรีด 5 ล้านแลกผ่านงบฯ กรมน้ำบาดาล

รูปข่าว : คำต่อคำ "เรืองไกร" แฉปมรีด 5 ล้านแลกผ่านงบฯ กรมน้ำบาดาล

ข้อกล่าวหาว่า ส.ส.บางคน เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกผ่านงบฯ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล หากเป็นจริงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่สภาฯ โดยเฉพาะอนุกรรมาธิการฯ พิจารณาโครงการต่าง ๆ ไปเรียกผลประโยชน์กับข้าราชการแลกโหวตผ่านงบฯ

"โต้แย้งกันในห้อง ผมเห็นคาตาและยื่นฟังอยู่ ส.ส.ที่เป็น กมธ.ก็อยู่กันหลายคน เรื่องนี้ในความเห็นเชื่อว่ามีมูลมาก" ไทยพีบีเอสพูดคุยกับ "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ในประเด็น ส.ส.เรียกเงินอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 5 ล้านบาท แลกผ่านงบประมาณ

ถาม : เกิดอะไรขึ้นในวันที่มีการประชุมอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 (5 ส.ค.2563) ซึ่งคุณเรืองไกรอยู่ในอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 1 และห้องประชุมติดกัน

ตอบ : ผมเห็นการโต้เถียงกันว่าถ้าทำกันอย่างนี้ เข้าใจว่าเสียงทั้งอธิบดีฯ (นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล) และ ส.ส.ศรัณวุฒิ (ศรัณวุฒิ ศรัญเกตุ ส.ส.เพื่อไทย) เขาบอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็ลงไปแถลงข่าวและมีหลักฐาน

อีกด้านหนึ่งมี ส.ส.แนน (น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ) ส.ส.นันทนา (นันทนา สงฆ์ประชา) และ กมธ.อีกหนึ่งคน (ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นักวิชาการเชี่ยวชาญการจัดการน้ำ โฆษก) ก็ยืนคุย ส่วนคนอื่นที่ไม่ได้ยื่นคุยกับผมก็มีนั่งอยู่ ซึ่งแผนบูรณาการ 1 และ 2 หลายคนก็เดินเข้าออกกันได้

ผมเดินตามศรัณวุฒิ และอธิบดีฯ เดินตามออกมา พอผมกลับเข้าไปในห้องก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่า งง ๆ กันหมด เขาคงงงและตกใจกับข้อมูลเรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกผ่านงบฯ

3 คน ผม อธิบดี และคุณศรัณวุฒิอยู่ในเหตุการณ์ ผมอยู่ในนั้นได้ยินที่อธิบดีพูด คนพูดสำทับคือศรัณวุฒิ บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ ไม่ยอม

ถาม : เมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ สภาฯ เป็นแหล่งเรียกรับผลประโยชน์จากข้าราชการหรือไม่

ตอบ : ใช่ครับ ตรงไปตรงมา มีทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ละคณะมี 10 คน อย่างน้อยต้องล็อบบี้ 5 เสียง การพูดคุยมีปกติอยู่แล้วว่าขอให้ช่วยผ่านงบฯ อาจเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือเจรจาส่วนตัวแล้วเอื้อกัน หรือมาขอในลักษณะที่เกิดขึ้น รวมทั้งยังมีข่าวว่าคนที่อยู่ในห้องใหญ่มีการตั้งกลุ่มไว้เจรจา บางครั้งผู้รับเหมาเข้ามาคุยถึงสภาฯ มาเลี้ยงดูปูเสือ ซดไวน์อร่อย ไวน์ดีดีทั้งนั้น แต่สิ่งที่คุยกันในห้องนอกห้อง ชวนกันวอล์กเอาท์เห็นประจำ เพื่อต่อรองเอางาน

นอกจากเป็นนักการเมือง เป็นผู้รับเหมาด้วย หรือมีพรรคพวก คุณก็ต้องหางาน เพราะหากทำก็รู้ว่ากำไรเท่าใด ถ้าทำงานไม่เต็มสเปคก็ได้ส่วนต่าง แต่ถ้าขายงานไปก็ได้หัวคิว ก็จบเท่านี้

ชุดใหญ่ก็เกี่ยว คุณสันติ (สันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2564) ไปถามสิว่าใครกินไวน์ ที่ให้ข่าวว่าอนุฯ ไม่มีสิทธิ์ คนตัดงบฯ คืออนุฯ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเห็นด้วยก็จบ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยต้องไปอุทธรณ์กับชุดใหญ่

ถาม : คนที่ถูกกล่าวหามีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

ตอบ : มีความพยายามบอกว่า ให้ผมจบได้หรือไม่ อย่ายุ่งได้หรือไม่ ส่วนตัวเป็นอนุฯ ในโควตาพรรคเสรีรวมไทย ไม่เดือดร้อน แต่ทั้งสองฝั่งขอมาแล้ว เจรจามาให้หยุด

ผมบอกว่า ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเงินภาษีประชาชน ถ้าทำถูกต้องก็ว่าไป คุณเงินเดือนเป็นแสน ผมไม่มีเงินเดือน ได้เบี้ยประชุมแค่ 800 บาท

คุณบอกว่ายังต้องทำมาหากินอย่างนี้หรือ ผมว่าไม่ถูก

ถาม : การยื่นหนังสือที่สภาฯ

ตอบ : เรื่องนี้ต้องทำให้จบ ผมไม่เห็นด้วยบางกรณี เช่น ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ให้สัมภาษณ์ว่า จะให้ชุดใหญ่สอบข้อเท็จจริง ผมเห็นแย้งทั้งยุทธพงศ์ และ ป.ป.ช. และเห็นว่าเรื่องนี้สภาฯ ต้องสอบข้อเท็จจริงก่อน ให้ประธานสภาฯ (ชวน หลีกภัย) ตั้งคณะกรรมการฯ จากนั้น สตง.ต้องตรวจสอบ และแจ้งสภาฯ ให้ ป.ป.ช.ถือเป็นสำนวน

 กมธ.ที่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่ จะสอบกันเองหรือ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นแย้ง และไม่ร้อง ป.ป.ช. เพราะเรื่องนี้ต้องทำในสภาฯ ให้จบ 

นายเรืองไกร ยังระบุว่า อนุฯ ตรวจสอบรายละเอียดหรือไม่ว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้งบฯ ปี 64 จำนวน 2,057.5807 ล้านบาท มีงบฯ บูรณาการรายการเดียว คือ แผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ งบฯ 1,276.5721 ล้านบาท และรายละเอียดบ่อบาดาลบ่อละ 10 ล้าน มีรายละเอียดอยู่ในเล่มทั้งหมด

 หากดูรายละเอียดและเข้าใจ จะประติดประต่อว่าตรงนี้ที่เขาจ้องกันได้ เอาไปได้ จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

 

ขณะที่ ผศ.สิตางศุ์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดในห้องประชุม เพราะในห้องประชุมตามปกติ มีการซักถามงบฯ ซึ่งงบผูกพันใหม่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หลัก ๆ เป็นงบขุดบ่อบาดาล และอนุฯ สอบถามรายละเอียดงบเฉลี่ยต่อแห่งเท่ากันทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง กรมฯ ก็ตอบว่ามีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำมัน

อนุฯ อาจซักค่อนข้างลงละเอียดมาก อยู่ในช่วงกลาง ๆ ค่อนข้างปลายการซักถาม ไม่แน่ใจว่าอธิบดีรู้สึกกดดัน หรืออะไรสักอย่าง จึงลุกขึ้นและเดินออกจากห้องประชุม แค่นั้นเอง ไม่ได้พูดถึงตัวเลข 5 ล้านในที่ประชุม

ไม่มีคำว่า 5 ล้านในที่ประชุม ก่อนที่ท่านจะวอล์กเอาท์ไม่มีการพูด ก็ลุกขึ้นและเดินไปเฉย ๆ มี ส.ส.บางท่านเดินตามท่านออกไป หลังจากนั้นประธานแขวนการประชุมไว้ก่อน เพราะยังพิจารณาไม่จบ

ถาม : ความเป็นไปได้ที่ อธิบดีฯ พูดถึงการถูกเรียกรับเงิน 5 ล้าน หลังลุกออกจากห้อง

ตอบ : เชื่อว่าอาจเป็นไปได้ แต่เป็นเรื่องที่อยู่นอกห้องประชุม ไม่ทราบว่ามีการพูดคุยอะไรกัน จากนั้น ส.ส.ก็เดินกลับเข้ามา ส่วนภายในห้องประชุมมีอาการแตกตื่น มึนงง ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้พูดถึง 5 ล้าน ขณะที่ ส.ส.ที่เดินกลับเข้ามาพูดเพียงว่า เมื่อมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ก็คงต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าว

ถาม : ข้อมูลที่ระบุว่ามี ส.ส.ที่เป็นอนุฯ บางคน โทรศัพท์ล็อบบี้ก่อนเข้าประชุมว่า ขอโครงการบ่อบาดาลภาคอีสาน หากไม่ได้ขอ 5 ล้านบาทแทน ถ้าไม่ได้ก็ขอ 2 ล้านบาท

ตอบ : ตัวเลขนี้ ก่อนเข้าประชุมได้คุยกับอธิบดีฯ ว่า ในอนุฯ ซีเรียสว่าหากขุดบ่อบาดาลและมีแบบแนบ ขอให้นำแบบเข้ามาในห้องประชุมด้วย เพราะอนุฯ บางคนต้องการดูและมีการขอจากห้องใหญ่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องไม่ได้ขนาดที่ข่าวลง ส่วนจะเกิดขึ้นนอกห้อง หรือ ส.ส.ท่านใดรู้มากกว่าภายในห้อง มีการเล่าให้กันฟัง เป็นเรื่องนอกห้องประชุม

ได้เรียนอธิบดีฯ ไปว่าโดยทั่วไปในอนุฯ จะดูงบฯ ดูงาน มีการปรับลดงบฯ กัน ได้ถามท่านได้พิจารณาในเรื่องงบฯ เรื่องงานหรือไม่ ไม่ได้คุยกันเรื่องอื่น ท่านไม่ได้เล่าไปว่ามีคนโทรไปขอเท่าไหร่

ถาม : เหตุการณ์นอกห้องประชุมเป็นอย่างไร

ตอบ : เหตุการณ์นอกห้องประชุม ส่วนตัวไม่ได้ยินกับหู จึงไม่สามารถยืนยันตัวเลขอะไรได้ ไม่ได้ยินจากอธิบดีฯ หลังจากเกิดเรื่องมีข่าวลือเกิดขึ้น ก็เดินอยู่ในสภาฯ และได้ยินอย่างที่ข่าวลง

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดบทสนทนา อ้าง ส.ส.เรียกเงิน 5 ล้านบาท จากอธิบดีกรมน้ำบาดาล 

"ชวน" สั่งติดตาม กมธ.สอบปมเรียกเงิน 5 ล้าน อธิบดีกรมน้ำบาดาล 

ปลัดทส.แจงปม "กรมบาดาล" ถูกเรียกหัวคิวแลกผ่านงบฯ64

 

 

กลับขึ้นด้านบน